|
กับดักของคนทำงานศิลปะ |
|
|
คนในวงการศึกษาศิลปะไทย เมื่อก่อนนี้จบการศึกษาจากสถาบันศิลปะหนึ่งเดียว แล้วแตกหน่อ ออกต้น ไปสู่สถาบันที่สอง สาม ในพื้นที่ตรงโน้นตรงนี้แต่ละภาคทั่วประเทศ ในภาวการณ์เช่นนี้การคาดหวังถึงความทัดเทียมกันในมาตรฐานงานศิลปะคงทำได้ง่ายกว่า การคาดหวังถึงความแตกต่าง ระหว่างสถาบันแม่กับสถาบันลูก ทั้งนี้ต้องยอมรับความจริงบางประการที่ว่า สถาบันศิลปะหนึ่งใดมีอายุยืนนานสามารถหล่อหลอมให้เกิดบุคลิกภาพหนึ่งจนเป็นคืบเงาส่งต่อไปถึงทัศนคติยืนพื้นในงานศิลปะ ที่เปลี่ยนแปลงได้ยากยิ่งนั้นได้ต่อสายทัศนคติทางศิลปะให้ยืดยาวออกไป ทั้งๆ ที่เป็นสายเดิม จากโบราณกาลมา เราพบเห็นสกุลช่างสืบทอดมาว่าแนวไหนเป็นแนวไหน ของหมู่บ้านใด ท้องถิ่นใดมีความพิเศษเฉพาะใด 'สกุลช่าง' คำนี้ใช้กับผลงานของช่างฝีมือผู้ชำนาญการสร้างชิ้นงานของยุคสมัยได้รับความนิยมเป็นที่เลื่องลือ ผู้ที่มารับช่วงต่อไม่ตะขิดตะขวงใจใด ตรงกันข้ามเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ข้อด้อยของงานอย่างสกุลช่างในยุคปัจจุบันถ้ามีก็คือทำได้ไม่ถึงอย่างบรรพบุรุษต้นสกุลได้ทำไว้ ความต่างอย่างสุดขั้วของผลงานภายใต้คืบเงาของสกุลช่างกับผลงานศิลปะร่วมสมัยปัจจุบันก็คือ ขณะที่งานภายใต้คำสกุลช่างภายใต้การกำกับของช่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงตัว ปรากฏคุณลักษณะอย่างเดิมๆ ให้มากที่สุด อ้างถึงคุณค่าเดิมที่สืบทอดการอ้างมานานแล้ว ขณะที่ศิลปะร่วมสมัยปัจจุบันมักแสดงตัวให้ออกนอกแนวแถวของบรรพบุรุษศิลปะร่วมสมัยที่มีอยู่เดิม...ให้มากที่สุดเช่นกัน ปรากฏการณ์เช่นนี้ของศิลปะร่วมสมัยมักถูกอธิบายง่ายๆ ว่าเป็นเพราะอิทธิพลนำเข้าจากฝรั่ง ซึ่งที่จริงคำอธิบายนี้แล้วอาจไม่ยุติธรรมสำหรับศิลปินและศิลปะ เพราะไม่เพียงแต่ในขีดวงของขอบเขตศิลปะที่เปลี่ยนไป ที่มีเหตุคืออิทธิพลจากโลกภายนอก แต่เป็นขีดวงของการดำเนินชีวิตโดยรวมแฟชั่น, ภาพยนตร์, อาหาร, การสื่อสาร ศิลปะจึงไม่อาจฝืนความเป็นไปโดยรอบทั้งหลายทั้งปวงได้ ในเรื่องของอิสรภาพ การค้นหาสิ่งแปลกใหม่ การคัดเน้นความเป็นปัจเจกมากกว่ากลุ่มพวก ชื่อของคนๆ หนึ่ง สมชายหรือมะลิก็หมายความมากไปกว่าคำว่าชาติไทย ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นขณะที่เรากังขาในภูมิปัญญาเดิมที่กระท่อนกระแท่นไม่สืบเนื่องทอดยาวดังเคยมา เพราะไม่ถูกรองรับด้วยวิถีความเป็นไปอย่างเดิม และอยู่ไกลไปจากชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป ความลังเลใจในการเขียนบทความนี้อยู่ตรงที่ว่า คำศิลปะและคุณค่าของศิลปะถูกใช้กับงานฝีมือจนเราฝังใจว่ามันเป็นเนื้อเดียวกันจริงๆ ศิลปะจึงยากที่จะให้ความหมายอื่นที่นอกเหนือไปจากความงาม ความประณีต อันเกิดจากทักษะและความสามารถในการประดิษฐ์ประดอย ความลังเลใจในการเขียนยังอยู่ตรงที่ว่า ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานในเวลาของความร่วมสมัยก็ยังมีจิตใจฝักใฝ่จงรักภักดีใน คุณสมบัติของช่างฝีมืออย่างไม่ปล่อยวาง ความจงรักภักดีนี้เห็นได้ในการประเมินคุณค่าศิลปะในสถาบันสอนศิลปะ และ ในเวทีประกวดงานศิลปะต่างๆ ช่างฝีมือที่ทำงานประดิษฐ์งดงามเพื่อประดับทั้งประดับในเชิงวัตถุที่มองเห็นได้ด้วยตา มีขนาดปริมาตรจับต้องได้นั้น และประดับสำนึกไทยที่เป็นดีกรีแก่เข้มซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็สามารถที่จะอ้างถึงคุณค่าศิลปะสืบทอดอย่าง โบราณนานมา ศิลปินร่วมสมัยผู้รังสรรค์ภาพที่ใช้ประดับผนังอาคารได้เช่นกัน ทั้งประดับความรู้สึกก็ได้ด้วยผู้มีอิสระล้นเหลือ บางครั้งภาคภูมิใจยิ่งนักแล้วที่ได้เอ่ยอ้างสมบัติชาติที่มีอยู่เช่นกัน ดูเหมือนงานฝีมือและงานศิลปะร่วมสมัยจะเป็นพี่น้องท้องเดียวกันที่ขณะที่ทะเลาะเบาะแว้งกดขี่กันอยู่ในที แต่ขณะเดียวกันก็ตัดอาลัยกันไม่ขาด โดยอาการเช่นนี้นี่เอง หัวข้อแรกที่เกริ่นกันไว้ข้างต้นเกี่ยวกับ ทัศนคติยืนพื้นว่าศิลปะที่ดีควรเป็นอย่างไรที่ได้ถูกปลูกฝังมาและไม่เห็นมีหน้าต่างสักบานเปิดแง้มให้เห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดหนทางอื่น ก็ได้ถูกส่งผ่านการเรียนการสอนศิลปะในสถาบันการศึกษา ที่ส่งเสริมความเป็นพี่น้องท้องเดียวของศิลปะกับงานฝีมือให้ยิ่งๆ ขึ้นไป คำถามก็คือแล้วจะเดือดร้อนอะไรกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่เรื่องความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศิลปะกับงานช่าง ศิลปะรักขบวนการและคุณค่าความหมายของงานช่าง และงานช่างก็รักที่จะเรียกตัวเองว่าศิลปะ ความรักอย่างไรก็ดีกว่าความเกลียดชัง จะไม่เดือดร้อนอะไรถ้าหากว่าความสัมพันธ์อันดีเช่นนี้จะไม่ครอบงำสถาบันการสอนศิลปะ ผ่านทัศนคติของผู้สอนศิลปะ และไม่ส่งผลถึงคำว่าพัฒนาการทางศิลปะ ที่ประกอบไปด้วย ความพยายามค้นหามากกว่าการสืบทอดและเจริญรอยตาม กระบวนคิด-รู้สึกที่โต้ตอบได้มากกว่าทักษะ-ความประณีตที่ตามองเห็น การโต้ตอบกับความเป็นไปในประเด็นคิดมากกว่าความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุบนหิ้ง ความสอดคล้องกับความเป็นจริงมากกว่าคุณค่าเชิงอุดมคติที่เอื้อมไม่ถึง และที่สำคัญ ในความเคลื่อนไหวของความเป็นไปทั้งปวง การก้าวล่วงสู่ความท้าทายในกระบวนการสร้างสรรค์ น่าจะสำคัญไปกว่า การยืนอยู่กับที่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยอย่างเดิมๆ ดูเหมือนข้อเสนอข้างต้นออกจะสมัยใหม่และฝรั่งจ๋า ถึงตรงนี้ก็ต้องระวังกับดักใหม่ ในขณะที่มีความพยายามก้าวพ้นจากกับดักเดิม โดยความสามารถของบุคลากรในสถาบันการศึกษาไม่น่าจะเป็นเรื่องยากจนเกินควบคุมไปได้ อาจจะหาความพอดีของช่วงเวลาแห่งการลาจากบ้านเกิด และไม่จำเป็นต้องฝากเนื้อฝากตัวกับพื้นที่ที่มีเจ้าของแปลกหน้าอาศัยอยู่ๆ แล้ว ความเป็นไปและความเคลื่อนไหวอาจหาได้ในพื้นที่กลาง ไม่จำเป็นต้องเป็นความเคลื่อนไหวอย่างอเมริกา ยุโรป หรือเอเชีย จึงแต่ละคน 'คนทำงานศิลปะ' คงสามารถหาความเคลื่อนไหวและเป็นไปที่เหมาะกับตัวเองได้ โดยที่พ้นจากการกอดรัดเส้นทางเดิมพร้อมทั้งการกล่าวอ้างอย่างไร้สติ ขณะที่ก็อยู่ไกลไปจาก ลัทธิเอาอย่างจากโลกสมัยใหม่ที่คงต้องวิ่งไล่จับกันตลอดชีวิตของการเป็นศิลปิน จึงถึงเวลาที่ควรจะถึงมานานแล้ว แทนที่จะสอนโดยเอาความเคยชินทางทัศนคติต่อศิลปะอย่างหนึ่งเป็นที่ตั้ง แล้วต้อนล้อมคนต่างยุคสมัยในท่ามกลางความเป็นไปเชี่ยวกรากให้มารับทัศนคติหนึ่งเดียวกันนี้ บุคลากรในสถาบันการศึกษาศิลปะ แหล่งที่มีโอกาสผลิตศิลปินออกมามากที่สุดของประเทศ ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะทำลายกับดักทั้งหมดให้หมดไป กับดักชื่อความเป็นไทย กับดักชื่อความสมัยใหม่ กับดักชื่อความขลาดกลัวและหวาดหวั่น กับดักชื่อกระแสที่มักมากับความผันแปรเร็วเสมอ ที่สำคัญกับดักชื่อความเคยชินที่ปราศจากการตั้งคำถามและการตรวจสอบตัวเองสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะถูกทำลายเป็นอันดับแรก เมื่อแรกครั้งตัดสินใจยุ่งเกี่ยวกับศิลปะ ไม่มุ่งไปเรียนศาสตร์อื่นแต่ละคนคงหวังประจักษ์ถึงความพิเศษของโลกศิลปะอยู่ในใจ ความอิสระในการสร้างสรรค์ ความโลดลิ่วของจินตนาการ ครั้นพอนานไปเป็นคนที่เคยชินอยู่ในวงการ ไหงมีพันธนาการพันรอบตัวไปเสียได้ พันธนาการที่ชื่อทัศนคติเดียว ตรง แคบ และฝังจำ และแม้ว่า เป็นเรื่องที่ง่ายที่จะคงทัศนคติที่ถูกปลูกฝังมาจากรับรู้แรกในการศึกษาศิลปะ จึงยากเหลือที่จะหักใจเปลี่ยนผันเป็นอื่น แต่การรับรู้ศิลปะก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่กระบวนการการศึกษา ศิลปะ ไหลควบคู่ไปกับความเป็นไปที่เคลื่อนไหวไม่หยุด แล้วใยทัศนคติต่อศิลปะจึงจะไม่ไหลไปด้วยเล่า หากว่าไม่ปิดหู ปิดตาจนเกินไป การรับรู้ศิลปะก็จะขยับเคลื่อน หน้าต่างแต่ละบานก็จะเปิดแง้ม บางทีไม่ใช่หน้าต่างในทิศเดียวกันเสียด้วยซ้ำ รับทั้งแสงอาทิตย์เช้า รับทั้งแดงอาทิตย์ตก รับแสงจันทร์ ดวงดาว รับหนาว รับฝน ทัศนคติเดิมที่กอดรัดนั่นต่างหากที่ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับใครเขาเลย |
|
|
อ้างอิง : อ.อารยา ราษฎร์จำเริญสุข |