|
ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้พัฒนาความสัมพันธ์กับครูและโรงเรียนต่างๆ
เป็นจำนวนมาก มีครูจำนวนมากกว่า 120 คนแล้วที่ได้รับการฝึกอบรมการทำงานในพิพิธภัณฑ์กับเด็กๆ
จากโปรแกรมการฝึกอบรมของพิพิธภัณฑ์ โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากพิพิธภัณฑ์ฯ
ด้วย
ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกับโรงเรียนกำลังดำเนินโครงการร่วมกัน
เพื่อให้ผู้เข้าชมซึ่งเป็นนักเรียนมีระดับอายุต่างกันสามารถใช้ประโยชน์จากการชมพิพิธภัณฑสถานได้อย่างเต็มที่
สำหรับผู้เข้าชมซึ่งเป็นเด็กเล็กนั้น พิพิธภัณฑสถานจะจัดทำเอกสารและสร้างกิจกรรมเพื่อที่จะทำให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน
เกิดความคิดจินตนาการใหม่ๆ ให้ แต่สำหรับเด็กโตแล้วจะใช้วิธีการบรรยาย ให้รายละเอียดและข้อเท็จจริงเป็นหลัก
- เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการทำงานกับเยาวชนและโรงเรียนได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของตนเองไว้ว่าต้องการให้
- พิพิธภัณฑสถานเต็มไปด้วยผู้เข้าเยี่ยมชมรุ่นเยาว์ที่มีความสุขและเพลิดเพลิน
- ผู้เข้าชมรุ่นเยาว์เหล่านี้ต้องการที่จะกลับมาพิพิธภัณฑสถานอีก
- ครูสามารถใช้วัตถุที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนได้อย่างแท้จริง
- ใช้ทรัพยากรของพิพิธภัณฑสถานอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลที่คาดว่าจะได้รับก็คือ การเพิ่มพูนและเสริมสร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ
มีการทำงานที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของทุกฝ่าย รวมทั้งมีการจัดทำสื่อการสอนให้ครู/ผู้สอนสามารถใช้พิพิธภัณฑสถานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสัมมนา
ผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้แทน 6 คน จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระนคร รวมทั้งผู้อำนวยการและผู้แทนจากโรงเรียนต่างๆ อีก 10 แห่ง โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาแบ่งกลุ่มเพื่อพิจารณาประเด็นคำถามต่อไปนี้
:
1. ความร่วมมือที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้มีอะไรบ้าง
?
2. ทำไมเราจึงต้องการให้เด็กๆ ไปพิพิธภัณฑสถาน ?
3. ทำไมเราจึงจำเป็นต้องมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ?
ประเด็นที่ 1 : ความร่วมมือที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้มีอะไรบ้าง
?
ที่ประชุมได้อภิปรายและสรุปผลไว้ดังนี้ :
1.1 นำกลุ่มทัศนศึกษารอบๆ พิพิธภัณฑสถาน
1.2 ให้ยืมวัสดุ อุปกรณ์
1.3 ดำเนินโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกัน
1.4 ฝึกอบรมนักเรียนให้เป็นมัคคุเทศก์
1.5 สนับสนุนโครงการต่างๆ เช่นโครงการวันเด็ก เป็นต้น
ประเด็นที่ 2 : ทำไมเราจึงต้องการให้เด็กไปพิพิธภัณฑ์
?
ที่ประชุมอภิปราย สรุปได้ดังนี้
2.1 เด็กสามารถเรียนรู้ได้ดีที่พิพิธภัณฑ์
2.2 เด็กได้รับประสบการณ์ตรง
2.3 สภาพแวดล้อมกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้น
2.4 พิพิธภัณฑสถานมีสิ่งต่างๆ ที่โรงเรียนไม่สามารถจัดหาให้ได้
2.5 ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย ไม่ใช่การสอนจากครูโดยตรงเพียงอย่างเดียว
2.6 ช่วยให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจใจวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสายสัมพันธ์ของตน
2.7 พัฒนาทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม
ประเด็นที่ 3 : ทำไมเราจึงจำเป็นต้องมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระนคร ?
ที่ประชุมสรุปได้ว่า เป็นเพราะ :
3.1 เป็นศูนย์ของการศึกษาวิจัยที่ดี
3.2 สามารถเข้าถึงโบราณวัตถุ (artifacts) ได้เป็นจำนวนมาก
3.3 สอนเรื่องประวัติศาสตร์ไทยให้แก่นักเรียน/นักศึกษา
3.4 สะดวกที่จะไปถึงหากโรงเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ
การอภิปรายในการสัมมนา
ผู้เข้าร่วมประชุมได้อภิปรายถึงการใช้ทักษะการสอนในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน
ในเรื่องดังต่อไปนี้
- การกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น
- การยกระดับความนับถือตนเอง
- การรู้จังหวะการให้การส่งเสริม/ให้กำลังใจ
- การสร้างความสมดุลระหว่างการเรียนรู้ตามรูปแบบเดิมกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง
- การเรียนการสอนทั้งกลุ่มแต่ให้ความสนใจเป็นรายบุคคลไปพร้อมๆ
กัน
- การถามคำถามที่ถูกต้องด้วยวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสม
ผลการสัมมนา
1. พิพิธภัณฑสถานได้จัดเตรียมชุดคู่มือกิจกรรมจำนวน
5 เล่ม (ฉบับภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียน เพื่อส่งเสริม/กระตุ้นให้เด็กมีความสนุก
กับการเรียนรู้จากรายละเอียดข้อเท็จจริงที่อยู่รอบตัวผนวกกับการจัดเกมส์การเล่น
อาทิ ปริศนา คำทาย และอื่นๆ ในช่วง 2 เดือนต่อจากนี้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ทดลองนำรองในกิจกรรมจากใบงาน
(activity sheets) เพื่อนำผลที่ได้รับมาใช้ประกอบการประเมิน สำหรับการจัดกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพต่อไป
2. การอภิปรายเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน
ซึ่งพิพิธภัณฑสถานและสถานศึกษาจะร่วมกันออกแบบและทดลองนำร่องในกิจกรรมสำหรับเด็กที่มี
อายุ 13, 14, และ15 ปี การขยายกิจกรรมให้ดำเนินการได้สำหรับเด็กเล็กและเด็กโตจะทำให้พิพิธภัณฑสถานและสถานศึกษาสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
เพื่อการเรียนการสอนได้หลากหลายเพิ่มขึ้น และยังสามารถกำหนดวิธีการประเมิลผลได้อย่างมีประสิทธิาพต่อไป
5. การประเมินผล การดำเนินโครงการระหว่างวันที่
26 - 30 สิงหาคม 2545
ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ (Mr. Peter Newton)ได้เดินทางกลับมาประเทศไทยอีกครั้งเพื่อประเมินผลการดำเนิน
โครงการของสถานศึกษาและพิพิธภัณฑ์ตามเป้าหมายและผลที่ต้องการจะได้รับที่ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดไว้
การประเมินผล นี้ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 26 - 30 สิงหาคม 2545 โดยก่อนการประเมินผลนี้
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดให้มีการประชุมทางไกล (Video Conference)
ระหว่างสถานศึกษา พิพิธภัณฑสถานและ Mr. Peter Newton เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม
2545 ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความเข้าใจ ทิศทาง และรูปแบบวิธีการการดำเนินโครงการศึกษาเชิง
สร้างสรรค์ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและสรุปวิธีการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการ
ผลจากการ ประชุมทางไกล (Video Conference) ได้แสดงให้เห็น ว่าการทำงานของสถาบันการศึกษาและพิพิธภัณฑสถานเป็นไป
อย่างถูกต้องตามแนวคิดของการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเน้นกระบวนการการดึงศักยภาพในตัวผู้เรียนให้มีความคิดสร้างสรรค์
มีความมั่นใจ ใฝ่รู้ สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งสามารถศึกษาหาข้อมูลในเรื่องต่างๆ
ได้อย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง การได้มาซึ่งข้อมูลนั้นได้ข้อคิดว่ามิได้มาจากการสอนของครูแต่ประการเดียว
แต่สามารถนำความรู้ที่ได้รับจาก แหล่งอื่น อาทิ จากห้องสมุด หรือนิตยสาร
และการค้นหาจากอินเตอร์เนต ซึ่งแหล่งข้อมูลเหล่านี้กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้และนวัตกรรมในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับการประเมินผลระยะสุดท้ายของโครงการนั้นดำเนินการระหว่างวันที่ 26 -
30 สิงหาคม 2545 โดย นาย Peter Newton และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
ได้เดินทางไปยังสถานบันการศึกษา และพิพิธภัณฑสถาน ผลจากการประเมินผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมาสรุปได้ดังนี้
:
- โครงการที่ 1 : โรงเรียนบดินทรเดชา
(สิงห์ สิงหเสนี)
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ดำเนินโครงการ
2 โครงการประกอบด้วย
โครงการที่ 1 : โครงการสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น
จากการจัดกิจกรรมในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าผู้เรียนได้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายกล่าวคือ
ได้เรียนรู้ถึงวิธีการค้นหา ข้อมูลที่หลากหลาย เช่น จากการสัมภาษณ์ เป็นต้น
โดยโรงเรียนได้เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ในเรื่องการสืบค้นภูมิปัญญาด้วยวิธีการ
ต่างๆ อันได้แก่ การสอบถามและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ในกิจกรรมโรงเรียนกำหนดเรื่องที่ให้นักเรียนทำการสืบค้นไว้
3 เรื่อง โดย ให้ผู้เรียนเลือกสืบค้นข้อมูลตามความสนใจเพียง 1 เรื่อง เรื่องที่โรงเรียนกำหนดไว้
ได้แก่
1. วิถีชีวิตไทยตลอดคลองแสนแสบในปี พ.ศ.
2479
2. ประวัติความเป็นมาของคลองแสนแสบ
3. ของหวานจากจวนเจ้าพระยาบดินทรเดชา
การสังเกตของครู
จากการสังเกตุของครูพบว่า นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบข้อมูลในเรื่องต่างๆ
ได้จากแหล่งต่างๆ ทั้งจากการค้นหา ข้อมูลจากหนังสือ ห้องสมุด และจากการสัมภาษณ์
นักเรียนรู้จักพัฒนาและปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพของตน เมื่อติดต่อกับบุคคลใน
ระดับต่างๆ รวมทั้งสามารถแยกแยะความสำคัญของสาระเนื้อหาที่ต้องการจะสืบค้นและประการสำคัญผู้เรียนมีความภูมิใจที่
สามารถดำเนินโครงการนี้ได้ด้วยตนเอง
โครงการที่ 2 : การฝึกอบรมการเป็นมัคคุเทศก์ประจำพิพิธภัณฑ์
โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระนคร โดยได้จัดให้มีการอบรมในระหว่างวันที่ 5 และ 6 สิงหาคม 2545 โดยมีผู้แทนจากพิพิธภัณฑสถานเป็นผู้ถ่ายทอดวิธีการการเป็นมัคคุเทศก์
จากนั้นให้นักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการได้ฝึกปฏิบัตินำชมพิพิธภัณฑ์ ระหว่างการดำเนินโครงการมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการทั้งหมด
ในรูปแบบของการตอบปัญหาโดยพิพิธภัณฑสถาน จะจัดรางวัลไว้ให้สำหรับผู้ตอบถูกอีกด้วย
นอกจากการตอบคำถามแล้วมีกิจกรรมอื่น ที่กระตุ้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของนักเรียน
โดยให้ นักเรียนได้ฝึกการเขียนเรื่องราวบทความ คำประพันธ์ และการวาดรูป อีกด้วย
การสังเกตุของครู :
พบว่า นักเรียนในชั้นปกตินั้นแบ่งออกเป็นกลุ่มได้กลุ่มละ
5 ถึง 6 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 สามารถทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี
นักเรียนพอใจกับการตอบคำถามในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของการเขียนเปรียบเทียบก็ได้
เขียนโคลงกลอนก็ได้ หรือแม้แต่เขียนเป็นบันทึกผลงานเก็บไว้ สรุปได้ว่าจากกิจกรรมดังกล่าวทำให้
:
- ผู้เรียนสามารถจัดทำผลงานได้เป็นอย่างดี
- ผู้เรียนยอมรับในความคิดของผู้อื่น และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
- ผู้เรียนต้องการให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเช่นนี้อีก
- ผู้เรียนมีความสุขมากกว่าการเรียนในห้องเรียนปกติที่ผ่านมา
- ผู้เรียนพบว่าศิลปวัตถุนั้นน่าสนใจศึกษาหาความรู้และให้ความได้มากกว่าที่ตนเองคาดหวังไว้
- ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริงได้มากกว่าการฟังจากครู
- การทำงานร่วมกับบุคลากรจากมหาวิทยาลัยจะให้คุณประโยชน์มากขึ้นในแง่ของการจัดทำโครงการวิจัย
- ได้เรียนรู้ขั้นตอนของการเรียนรู้ ได้แก่
การเลือกหัวข้อ การค้นหาข้อมูล การลงบันทึกข้อมูล การตั้งคำถาม การวิเคราะห์คำถาม
และการจัดทำใบงาน
- ผู้สอนมีความรู้สึกว่าควบคุมผู้เรียนได้น้อยลง
หากผู้เรียนมีข้อมูลมากขึ้น
การสังเกตุของผู้เรียน : ผู้เรียนพบว่ากิจกรรมนี้ทำให้เกิด
:
- ช่วยให้เกิดทักษะของการคิดมากขึ้น
- รู้วิธีการค้นหาข้อมูล
- ทุกคนสามารถค้นหาแหล่งข้อมูลได้
- มีความกล้าในการแสดงออกถึงความรู้สึก อารมณ์
- มีการนำเสนอและให้ข้อคิดเห็นที่ถูกต้องและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
- โครงการที่ 2 :
โรงเรียนสตรีวิทยา
ผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนมีความกระตือรืนร้นที่จะเข้าร่วมโครงการมาก
แต่ด้วยเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการจะเห็นได้ว่าการดำเนินโครงการให้สัมฤทธิ์ผลนั้นต้องได้รับความร่วมมือจาก
ทุกฝ่ายซึ่งทำให้คณะครูต้องทำงานมากกว่าปกติคืองานสอน ดังนั้นหากจะดำเนินโครงการนี้ในระยะยาว
จะต้องมีการวางแผน และกำหนดแผนการทำงานไว้อย่างชัดเจน
จากการประเมินพบว่า คุณภาพงานของนักเรียนได้แสดงถึงการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์จินตนาการสูงมาก
มีการใช้ ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้รับจากพิพิธภัณฑ์และที่อื่นๆ ครูพบว่าผู้เรียนสามารถทำงานด้วยตนเองได้ดี
และดีมากเมื่อทำงานร่วมกัน เป็นกลุ่ม จากการทำงานสรุปได้ดังนี้ :
- ผู้เรียนสามารถทำงานเป็นทีมได้ดี
- ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ต่างสาระวิชาได้
- มีทักษะในการวิเคราะห์เพิ่มมากขึ้น
- สนุกสนานกับการเรียนรู้ใหม่ๆ
- ยุทธวิธีการสอนโดยเน้นหลักการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นวิธีการที่ดี
- การทำงานเป็นคู่หรือกลุ่มตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป
นำมาใช้ในชั้นเรียนเต็มขนาดได้
- ครูเป็นที่ปรึกษามากกว่าจะเป็นผู้จัดให้เกิดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทั้งหมด
- มีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติ/การทดลองการแก้ไขปัญหาและทักษะการนำเสนอได้มากกว่าการเรียนปกติ
- ผู้ปกครองจะให้การสนับสนุน หากเข้ามามีส่วนร่วมและได้รับแจ้งการดำเนินงานตั้งแต่เบื้องต้น
- "การสร้างสรรค์" เป็นยุทธวิธี
เป็นรูปแบบวิธีการที่ทำให้สามารถกำหนดวัตถุประสงค์ได้ดี
- ผู้เรียนได้ทำงานเป็นทีม มีการวางแผนการทำงานและเชื่อมต่อกับสาระวิชาอื่นๆ
ได้เป็นอย่างดี
- โรงเรียนสามารถประเมินผลทั้งครู/นักเรียน
และนักเรียน/ครู ได้ในเวลาเดียวกัน
- ในทุกกิจกรรมของโครงการจะมีการฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม
ประกอบด้วยประธาน เลขา และผู้รายงานกลุ่ม
- มีการใช้บุคลากรในคณะทำงานมาก
อุปสรรคและปัญหา : การทำงานพบว่ามีอุปสรรคและปัญหาอยู่บ้างในเรื่องต่างๆ
ประกอบด้วย
1. ชื่อโครงการ เน้นในเรื่องพิพิธภัณฑสถาน
ทำให้ได้เป้าหมายที่แคบ คำว่า "การสร้างสรรค์" ควรเป็นเรื่องที่กว้าง
2. ครูที่เข้ามาร่วมดำเนินโครงการต้องทำงานมากทำให้เหนื่อยเกินไป
3. ผู้ปกครองบางท่านไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์ของโครงการ
4. การทำงานในเบื้องต้นต้องวางระบบการทำงานให้ชัดเจนก่อนจึงจะสามารถส่งผลได้ดีตามวัตถุประสงค์
ผลงานของนักเรียนที่ได้มีการรวมงานศิลปะ วัฒนธรรม
ดนตรี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสและเทคโนโลยี ส่งผลให้งานออกมาดีมาก ผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ได้แก่
- การสร้างละครเพลง ดนตรีไทยในชั้นเรียนแสดงโดยนักเรียน
59 คน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม
- การทำงานเป็นกลุ่มคณะจากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
แล้วนำมาใช้ในการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา รูปแบบของการเรียนการสอนมีทั้งการใช้ศิลปะ
การใช้เทคโนโลยี, เกมส์, การทำสูจิบัตรและอื่นๆ
- การแสดงบนเวทีในวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา
เป็นการแสดงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไทยและชาวอเมริกันในสมัยเลิกทาส
โรงเรียนจะดำเนินโครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องและจะนำไปบรรจุไว้ในหลักสูตรต่อไป
- โครงการที่ 3 :
โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา
กลุ่มเป้าหมายของผู้เรียนในโครงการนี้คือนักเรียนระดับประถมศึกษาชั้นปีที่
2 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่างผู้สอนของกลุ่มวิชาต่างๆ
กิจกรรมนี้ดำเนินการอย่างหลากหลาย บางกิจกรรมมีครูผู้สอนเป็นผู้นำกิจกรรมกลุ่ม
บาง กิจกรรมใช้วิธีการกำหนดแผนที่ทางความคิดเพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถแสวงหาความรู้ได้จากพิพิธภัณฑ์
บางกิจกรรมใช้ บทบาทสมมุติสำหรับการนำเสนอด้วย
ปัญหาที่พบในระหว่างการดำเนินงานก็คือ ความวิตกกังวลของผู้สอนในการประเมินความคิดเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียน
ซึ่งในบางกรณีผู้เรียนอาจจะลอกเลียนแบบความคิดกันได้ อย่างไรก็ตามการดำเนินงานสรุปออกมาได้ดังนี้
|
ผลที่ได้รับ
|
ประเด็นที่ท้าทาย
|
| หลังจากการทดลองโดยวิธีต่างๆ
นักเรียน 7 - 8 คน ที่ไม่สนใจการเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ |
พิพิธภัณฑ์ไม่มีข้อมูลที่ต้องการ |
| นักเรียนที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ไม่ดีนักต้องทำงานมากขึ้น |
มาตรฐานข้อมูลของแต่ละพิพิธภัณฑ์ต่างกัน |
| สำหรับการทำงานของครูพบว่ายังคงมีเด็กนักเรียนบางคน
ที่ยังไม่เข้ามามีส่วนร่วม |
ครูบางคนพบว่าการทำงานกับเด็กที่มีผลการเรียนไม่ดีนั้นเป็น
สิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเด็กเหล่านี้ต้องการทำงาน ร่วมกันเป็นกลุ่ม
เด็กมีความมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจเลือก เข้ากลุ่มและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ |
| การตั้งคำถามปลายเปิดกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง |
จะประเมินการสร้างสรรค์ได้อย่างไร |
| เด็กที่เงียบและไม่เข้ากลุ่มเริ่มสนทนากับเพื่อนและ
เข้ามาทำงานร่วมกับกลุ่มมากขึ้น |
-
|
| การทำงานเป็นคู่ได้ผลมา มากกว่าการทำงานเป็นกลุ่มใหญ่
|
-
|
| เด็กที่เรียบร้อยสามารถเข้ามาในกิจกรรมและกระตือรือร้นมากขึ้น
|
-
|
| ครูต่างสาขาวิชาร่วมมือกันเป็นอย่างดี
การบูรณาการวิชาต่างๆ ได้ผล |
-
|
จากการประเมินพบว่าครูวิชาต่างๆ และนักเรียนพบปะกันก่อนเพื่อประชุมระดมสมอง
วางแผนการทำงานร่วมกันก่อนเดินทาง ไปศึกษาหาความรู้ในเรื่องของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย
โดยใช้แหล่งเรียนรู้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ด้วยการ เตรียมการอย่างดีของเด็กนักเรียน
จึงทำให้ผลิตผลงานสร้างสรรค์ตามสิ่งที่ตนเองค้นพบในพิพิภัณฑ์ออกมาในรูปแบบที่
หลากหลายทั้งในรูปแบบของการทำเสื้อยืด, นาฬิกา, กระจก, บัตรอวยพรทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
(อังกฤษและฝรั่งเศส) รวมทั้งการจัดทำวีดิทัศน์เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เป็นภาษาฝรั่งเศสอีกด้วย
จากการทำงานของกลุ่มนักเรียน จำนวน 14 คน ได้รับผลสะท้อนการดำเนินงานของโครงการกลับมา
ดังนี้ :
- ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน
- สามารถทำงานเป็นกลุ่มได้ดี
- เรียนรู้การแก้ไขปัญหาและยอมรับในเสียงส่วนมาก
- ได้เรียนเพื่อรู้
- สามารถใช้ความสามารถของตนเองได้ดี
กลุ่มครูที่เข้าร่วมโครงการ มีความคิดดังนี้
:
- ได้ตระหนักถึงความจริงที่ว่านักเรียนมีศักยภาพที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
- เห็นความสัมพันธ์อันดียิ่งขึ้นระหว่างครู
และนักเรียน
- นักเรียนอุทิศตนเพื่องานของตนเองอย่างแท้จริงโดยทำงานมากขึ้น
- นักเรียนเพิ่มพูนทักษะและเรียนรู้การติดต่อสื่อสารกับบุคคลระดับต่างๆ
ทั้งจากเพื่อน, ครู และผู้ใหญ่อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี
- มีการเชื่อมโยงที่ดีระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียน
ตัวอย่างผลงานของนักเรียน
1. กลุ่มที่ 1 : จัดทำเป็นหนังสือการ์ตูนโดยใช้ตัวละครจากการ์ตูนของญี่ปุ่น
คือ โดเรมอน สุเนโอะ ซึ่งเป็นตัวละครตัวหนึ่งของเรื่อง มีผลงานเก็บรวบรวมเครื่องดนตรีไทยไว้ที่บ้าน
โนเบตะ ตัวละครอีกตัวหนึ่งเห็นผลงานของเพื่อนต้องการจะมีเครื่องดนตรีไทยไว้ที่บ้านเช่นเดียวกัน
โนเบตะถามโดเรมอน ว่าจะใช้เครื่องมือย้อนเวลาพากลับไปสู่อดีตได้หรือไม่
โดเรมอนบอกว่าไม่ได้เพราะผู้คนในอดีตอาจไม่ใช้เครื่องดนตรีไทยในชีวิตประจำวันแล้ว
การเขียนการ์ตูนนั้น เด็กๆ ช่วยกันเขียน ช่วยกันคิดแนวของเรื่อง สำหรับรูปแบบของหนังสือสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต
โดยทำเป็นรูปบ้านไทย
2. กลุ่มที่ 2 : ประดิษฐ์กล่องดำขนาดใหญ่ที่คนสามารถเข้าไปได้
กล่องดำนี้เปรียบเหมือนจักรวาล มนุษย์ต่างดาวต้องการรู้เรื่องพิพิธภัณฑ์จึงเดินทางมายังโลก
ถ่ายภาพและส่งภาพกลับไปจักรวาลเพื่อให้เพื่อนรู้โดยการแสดงนิทรรศการ หากเดินเข้าไปในกล่องสีดำแล้วจะเห็นภาพขาว-ดำ
ซึ่งยจากพิพิธภัณฑ์มากมาย (เหมือนกับร้านถ่ายรูป) เด็กๆ จะจัดทำภาพให้เหมือนอยู่ในจักรวาลโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
คือคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยงาน
3. นอกจากนั้นก็จะจัดทำวีดิทัศน์เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เป็นภาษาฝรั่งเศส
4. การจัดทำเสื้อยืดโดยมีภาพนาฎศิลป์ไทย
5. การทำหมอนโดยใช้รูปศิลปวัตถุจากพิพิธภัณฑ์
4.2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการทำงานของโรงเรียนซึ่งเป็นเครือข่ายของพิพิธภัณฑสถาน
นักเรียนได้ศึกษาศิลปวัตถุที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแล้วนำมาคิดรูปแบบ โดยได้เขียนภาพศิลปวัตถุที่ตนได้เรียนรู้และศึกษาลง
ในแผ่นกระดาษ จากนั้นพ่นลายลงบนเสื้อยืด ในการทำงานครูช่วยให้คำปรึกษาและจัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้
ในระยะเริ่มแรกของการดำเนินโครงการเป็นไปด้วยดี ในระหว่างการดำเนินโครงการมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง
สรุปได้ดังนี้
1. พิพิธภัณฑสถานมีความเห็นว่า บุคลากรของพิพิธภัณฑสถานต้องรับผิดชอบดูแลนักเรียนทำงานมากขึ้น
ครูควรจะเข้ามามีบทบาทร่วมกับพิพิธภัณฑสถานในการดูแลการทำงานของนักเรียน
การจัดประชุมและวางแผน การดำเนินงานร่วมกันระหว่างโรงเรียนและพิพิธภัณฑสถานจะช่วยให้การประสานงานและการทำงานประสบ
ผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น
2. โรงเรียนบางแห่งมอบความรับผิดชอบให้พิพิธภัณฑสถานวางแผนและดำเนินกิจกรรมเองทั้งหมด
พิพิธภัณฑสถานได้เสนอแนะให้มีการอบรมครู เพื่อให้ครูได้รับทราบถึงทรัพยากรที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑสถาน
สามารถนำไปวางแผนการสอนและจัดกิจกรรมให้แก่นักเรียน โดยพิพิธภัณฑสถานเองให้โรงเรียนได้ยืม
ศิลปวัตถุบางชิ้นไปใช้ในการเรียนการสอนด้วย
ผลการดำเนินโครงการก่อประโยชน์ให้แก่ทุกฝ่ายดังนี้
:
- ผู้เรียนสามารถปลดปล่อยพลังแห่งการสร้างสรรค์อกมาได้อย่างเต็มที่
- ผู้อำนวยการของสถาบันการศึกษาและพิพิธภัณฑสถานเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วยตนเอง
- บุคลากรของพิพิธภัณฑสถานมีความรู้มากขึ้นในการทำงานร่วมกับนักเรียน
รู้ว่าเมื่อใดควรเข้าไปช่วยและเมื่อใดควรมองดูอยู่ห่างๆ
- พิพิธภัณฑสถานเป็นที่รู้จักของชุมชนมากขึ้น
- นักเรียนส่วนมากต้องการกลับไปที่พิพิธภัณฑสถานมากขึ้น
- นักเรียนและครูได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง
- ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาคเอกชน
- ได้สื่อเผยแพร่ผลงานที่ดี
ปัญหา :
- ุจะพัฒนาความคิดใหม่ๆ สำหรับอนาคตได้อย่างไร
- จะหารูปแบบวิธีการใหม่ๆ ให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร
- โครงการที่ 5 :
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
และบุคลากรได้วางแผนการดำเนินงานร่วมกับโรงเรียนโดยพิพิธภัณฑสถานเป็นผู้กำหนดแผนงานและเป็นผู้จัดกิจกรรม
โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมด้วยในฐานะที่ปรึกษาโครงการ จากการทำงานในระยะเริ่มแรกพบว่า
:
- โรงเรียนควรปรับระยะเวลาการดำเนินงานได้เหมาะสมกว่าที่ดำเนินการอยู่
- โรงเรียนและพิพิธภัณฑสถานมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเป้าหมายของการดำเนินงานในบางจุด
ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนดำเนินโครงการก็คือ
- การขาดการประสานงานระหว่างโรงเรียนและพิพิธภัณฑ์
- คณะครูยังไม่ชัดเจนในการเลือกใช้เทคนิควิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้การดำเนินโครงการประสบผลสำเร็จ
หลังจากที่พิพิธภัณฑสถานและโรงเรียนทำงานมาได้ระยะหนึ่งแล้วพบว่า
:
- โรงเรียนและพิพิธภัณฑสถานมีความเข้าใจตรงกันในเรื่องเป้าหมายของโครงการ
- พิพิธภัณฑสถานได้เตรียมกิจกรรมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
แต่โรงเรียนสามารถนำไปพัฒนาใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาและผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ
- โรงเรียนและพิพิธภัณฑสถานต่างปรับแนวคิดและทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี
- เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมในกิจกรรมมีความกระตือรือร้นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อโรงเรียนอื่นได้มาเห็นการดำเนินงานของพิพิธภัณฑสถานแล้ว
ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการด้วยและพิพิธภัณฑสถานเองก็ต้องการหาโอกาสทำงานร่วมกับโรงเรียนเอกชน
ซึ่งเด็กนักเรียนไม่มีโอกาสได้ทำงานสร้างสรรค์เช่นเดียวกับกลุ่มผู้เรียนที่เข้าร่วมโครงการ
เจ้าหน้าที่ของ พิพิธภัณฑสถานได้จัดทำคู่มือ 4 เล่ม เพื่อใช้เป็นแนวทางและเป็นตัวอย่างของการดำเนินโครงการสำหรับ
ครูนำไปฝึกปฏิบัติซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก
- โครงการที่ 6 : พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์จะจดบันทึกสิ่งที่ตนเองสังเกตุในขณะที่ครูให้งานแก่เด็กนักเรียน
เด็กนักเรียนเองจะถาม คำถามมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ต้องค้นหารายละเอียด/ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตอบคำถามที่
หลากหลายเหล่านี้ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ยังได้สังเกตอีกว่า เด็กๆ ให้ความสนใจกับหุ่นขี้ผึ้งมากกว่าเดิม
มากกว่าในช่วงเวลาที่ครูพามาทัศนศึกษาตามปกติ ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างของโรงเรียนในเครือข่าย
2 โรง ซึ่งได้ประสบการณ์จากการทำงานในโครงการดังนี้ :
1. โรงเรียนวัดไร่ขิง :
โรงเรียนวัดไร่ขิงได้กำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ กำหนดคำนิยามของคำศัพท์ต่างๆ รวมทั้งกำหนดวิธีการปฏิบัติตนในระหว่างอยู่ในพิพิธภัณฑ์
รวมทั้งได้กำหนดคำถามไว้เป็นแนวทางของการได้ มาซึ่งข้อมูล ได้แก่
- ทำไมพระอภัยมณีจึงสนใจเรียนเป่าปี่ ?
- มีการละเล่นพื้นบ้านไทยอยู่กี่ชนิด ? เล่นอย่างไร
? อธิบายว่าการละเล่นเหล่านี้ให้ประโยชน์อะไรบ้าง ?
- โปรดอธิบายให้ความเห็นเกี่ยวกับรูปแบบของ
"ครอบครัวอบอุ่น"
- รวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในการบรรยายแต่ละเรื่องภายในพิพิธภัณฑ์
- หากต้องการให้ผู้ชมให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ท่านจะมีวิธีรวบรวมและวิเคราะห์คำแนะนำเหล่านี้ได้อย่างไร
- ให้ศึกษานิทรรศการเรื่องการเลิกทาสและตอบคำถามต่อไปนี้
- อธิบายประเภทของทาส 3 ประเภท
- เมื่อได้เข้าไปชมแล้วมีความรู้สึกอย่างไรกับการเป็นทาส
- มีความคิดอย่างไรกับการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 5) ทรงเลิกทาส เหตุใจจึงมีความคิดเช่นนั้น จงอธิบาย
- โปรดตอบคำถามเกี่ยวกับหุ่นขี้ผึ้ง
- มีหุ่นขี้ผึ้งอยู่กี่ประเภท
- มีวิธีการอธิบายประเภทของหุ่นขี้ผึ้งเหล่านี้อย่างไร
- เขียนแผนผังประกอบการจำแนกประเภทของหุ่น
- โปรดอธิบายความประทับใจเมื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
ในการทำงานพิพิธภัณฑ์ได้เตรียมแบบสอบถามไว้สำหรับบุคคลหลายกลุ่มประกอบด้วย
1. เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์
2. โรงเรียนเครือข่าย
3. เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา
4. เด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
วัตถุประสงค์ของแบบสอบถาม เพื่อให้ทราบถึงประสบการณ์ที่บุคคลกลุ่มต่างๆ
ได้รับเมื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ การสำรวจนี้จะใช้ก่อนหลัง และระหว่างการชมพิพิธภัณฑ์
หลังจากการดำเนินโครงการแล้ว พิพิธภัณฑ์พบว่า
:
- โครงการนี้กระตุ้นให้โรงเรียนจัดทำแผนการทำงานใกล้ชิดกับพิพิธภัณฑ์มากขึ้น
- ช่วยให้ครูทำงานร่วมกับบุคลากรของพิพิธภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี
- ทำให้มีการวางแผนก่อนการไปชมพิพิธภัณฑ์
- ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการจัดนิทรรศการ
2. โรงเรียนเทศบาล 1 :
โรงเรียนที่เป็นเครือข่ายของพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่งก็คือโรงเรียนเทศบาล
1 ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนให้ความสนใจในเรื่องการศึกษา เชิงสร้างสรรค์อย่างจริงจัง
ได้หารือกับคณะครูของโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วยมีครูจากหลายวิชาเข้ามาร่วมโครงการทั้งครูศิลปะ
คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา พลศึกษา ศิลปะและดนตรี และจัดทำใบงานขึ้นใหม่ทำให้เด็กสามารถเลือกวิชาตามความสนใจ
และเข้ามาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ
|