แหล่งเรียนรู้ยุคปฏิรูปการศึกษา (ตอนที่ ๙)


                มนุษย์ใช้การศึกษาทั้ง 3 รูปแบบ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม โดยผสมผสานวิธีการเรียนรู้จากการศึกษาทั้ง 3 รูปแบบ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนเป็นกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต การศึกษาหาความรู้จาก "แหล่งเรียนรู้" แตกต่างจากความรู้ที่มีคน "จัดหา" ให้ แต่เป็นการศึกษาหาความรู้จากองค์ความรู้ที่มีอยู่ในแหล่งเรียนรู้นั้นๆ เป็นการเรียนที่เกิดขึ้นนอกรั้วโรงเรียน เป็นการแสวงหา เป็นการสะสมความรู้ ทักษะ และทัศนคติให้เกิดความกระจ่างชัดจากประสบการณ์ และนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาตามความต้องการของตนเองต่อไป

                แหล่งเรียนรู้ในประเทศไทยมีอยู่มากและบางแห่งก็ทำหน้าที่เป็นสถานที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นแก่ผู้มาเยือนได้โดยสมบูรณ์ บางแหล่งมีองค์ความรู้ที่จะให้แก่ผู้เรียนในหลากหลายสาขาวิชาแต่ยังไม่มีใครรู้ว่ามีแหล่งเรียนรู้เหล่านี้อยู่และจะเริ่มดำเนินการประชาสัมพันธ์ตัวเองได้อย่างไร ในฉบับที่แล้วได้เสนอแนะวิธีการไว้แล้ว ในฉบับนี้จึงจะขอเสนอวิธีการเพิ่มเติมในเรื่องของการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยจะต้องดำเนินงาน ดังนี้

                1. กำหนดกระบวนการบริหาร ซึ่งในที่นี้ก็คือในแหล่งเรียนรู้นั้นๆ ควรระบุ เรื่อง การจัดการให้ชัดเจน โดยมีผู้จัดการซึ่งอาจเป็นบุคคล องค์กร คณะบุคคล และชุมชนก็ได้เพื่อจะได้มีแกนกลางในการทำหน้าที่เชิงบริหารจัดการ

                เขียนมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่าจะทำของนอกระบบ และอัธยาศัยให้เป็นในระบบหรืออย่างไร คงไม่ใช่อย่างนั้น หากแต่ในการดำเนินงานนั้นเมื่อเราเน้นคำว่า "คุณภาพ" และ "มีประสิทธิภาพ" แล้ว ถึงจะเป็นการจัดการศึกษาแบบใดก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน การมีผู้จัดการหรือคณะบุคคลมาดูแลนั้นจะเป็นบุคคลที่อยู่ในชุมชนนั้นๆ นั่นเอง จะเป็นปราชญ์ เป็นผู้รู้ หรือเป็นพระภิกษุสงฆ์ก็ได้ บุคคลในชุมชนนี้จะเป็นผู้ที่สามารถประสานงานร่วมกับบุคคลอื่นๆ อาทิ สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมาร่วมมือกันพัฒนาความรู้ ร่วมกันจัดทำเนื้อหาสาระ รูปแบบ กระบวนการที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้มาเยือนต่อไป

                2. สร้างระบบเครือข่าย : แหล่งเรียนรู้ทำงานคนเดียวไม่ได้ต้องมีเพื่อนร่วมงาน คำว่า "เพื่อนร่วมงาน" ขอยกตัวอย่างในกรณีของแหล่งเรียนรู้ประเภทพิพิธภัณฑ์ อาจมีเพื่อนร่วมงานหลายประเภท ได้แก่

  • เพื่อนร่วมงานระหว่างพิพิธภัณฑ์ด้วยกันเอง
  • เพื่อนร่วมงานกับสถาบันการศึกษา
  • เพื่อนร่วมงานที่เป็นบุคคล ได้แก่กลุ่มที่จบการศึกษาแล้ว หรือกลุ่มที่มาให้ความช่วยเหลือแก่พิพิธภัณฑ์ อาทิ กลุ่มอาสาสมัคร
  • เพื่อนร่วมงานกับองค์กรวัฒนธรรม : คำว่าองค์กรวัฒนธรรมในที่นี้ ก็คือ หอสมุด โบราณสถาน ชมรมกีฬา องค์กรทางศิลปะ และหน่วยงานวัฒนธรรมต่างๆ
  • เพื่อนร่วมงานกับเครือข่ายอื่นๆ คำว่าเครือข่ายอื่นในที่นี้หมายถึงการขยายพื้นที่การบริการแก่กลุ่มบุคคล เช่น ในโรงพยาบาล ในสำนักงานคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในทัณฑสถาน เป็นต้น

ที่ให้แหล่งเรียนรู้สร้างระบบเครือข่ายก็เพื่อประโยชน์ของการให้ความรู้ที่หลากหลายกว้างขวางและการได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากแหล่งต่างๆ นั่นเอง

                3. การจัดทำกรอบแนวคิด แผนงาน โครงการ กิจกรรมเป็นรายปี : ผู้เรียนนั้นมาจากทุกพื้นที่ ดังนั้นแหล่งเรียนรู้ควรจัดทำข้อมูลไว้ให้ผู้เรียนจากต่างภูมิภาคสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้อย่างเป็นระบบตามความต้องการของผู้เรียน

                4. มีการเชื่อมโยงการเรียนการสอน การจัดศึกษาทั้ง 3 รูปแบบ ทั้งในระบบ นอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย

                5. ส่งเสริมให้เป็นแหล่งรายได้ เศรษฐกิจชุมชน โดยมีการจัดการอบรมสาธิต วิธีผลิตผลิตภัณฑ์นานาชนิด

                6. มีการประชาสัมพันธ์ผลงานให้แพร่หลาย เพื่อประกาศให้ผู้เรียน ผู้สนใจได้รับรู้ว่าอะไรคือองค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้ และผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ในเรื่องใดบ้าง

                เพื่อให้เห็นภาพในเรื่องการจัดสาระความรู้ในแหล่งเรียนรู้ จะขอยกตัวอย่างการพัฒนาการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้จากตัวอย่างแหล่งเรียนรู้ในพระนครศรีอยุธยา กรุงเก่าที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานจนได้รับการยกย่องให้เป็น "มหานครแห่งการเรียนรู้" ผู้คนสามารถเรียนรู้ได้หลายเรื่องสอดคล้องกับหลักสูตร สาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ ตัวอย่างเล็กๆ ที่พอจะทำให้ท่านได้เห็นภาพและนำไปลองปฏิบัติได้


ฯลฯ เป็นต้น

                การดำเนินงานแหล่งเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องทำงานเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ขุมชน โดยรัฐให้คำปรึกษาด้านวิชาการ เข้ามาช่วยประสานการจัดกระบวนการกลุ่ม รวมทั้งสร้างผู้นำเพื่อกระตุ้นให้เกิดแหล่งเรียนรู้และการจัดการที่ยั่งยืน ส่วนภาคเอกชนก็เข้ามาส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ สำหรับภาคชุมชนหรือประชาชนนั้นก็เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้

                ในการทำงานต้องอย่าลืมว่าทรัพยากรมีน้อย ดังนั้นควรใช้ทรัพยากรท้องถิ่นร่วมกันอย่างมีคุณค่า ให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์การเรียนรู้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ต้องมีการจัดกิจกรรมระหว่างสมาชิกเครือข่ายเพื่อให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำประสบการณ์ที่ดีไปปรับประยุกต์ใช้ รวมทั้งการจัดระดมความคิด เพื่อพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอด้วย

               หากสามารถดำเนินการได้ดังกล่าวข้างต้นก็เชื่อได้ว่าเราจะมีแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืนไม่ใช่แหล่งเรียนรู้เฉพาะกิจที่ถาโถมเร่งรีบดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 25 และเมื่อกระแสการปฏิรูปการศึกษาสร่างซาลง งานของแหล่งเรียนรู้ก็ถูกเก็บหรือถูกลืมเลือนไปในที่สุด

                การเรียนรู้เสริมสร้างพลังอำนาจของมนุษย์ เป็นกุญแจดอกสำคัญเปิดประตูสู่อนาคตที่สดใส การปฏิรูปการศึกษานำมาซึ่งโอกาสและทางเลือกให้ผู้เรียนได้เลือกเส้นทางการเรียนรู้ของตนตามความถนัด ตามความสามารถ คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้ารับการศึกษาอย่างทั่วถึงจากบริการของรัฐที่จัดไว้ให้ ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ที่ได้เข้ามาร่วมมือกันจัดการศึกษาทั้งในโรงเรียน และนอกรั้วโรงเรียน แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่หลากหลายทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ก็พร้อมที่จะเป็นแหล่งให้ความรู้ ทักษะ บันเทิง และนำมาซึ่งอาชีพให้แก่ผู้เรียน ดังนั้นขอให้ผู้เรียนทุกเพศทุกวัยได้ไปใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เหล่านี้อย่างจริงจัง

                การปฏิรูปการศึกษาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้คนไทยทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษา เป็นผู้รู้เท่าฉลาดทัน นำความรู้ที่ได้รับ นำพาประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรือง เป็นประเทศแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง