|
แหล่งเรียนรู้ยุคปฏิรูปการศึกษา
(ตอนที่ ๙)
|
|
แหล่งเรียนรู้ในประเทศไทยมีอยู่มากและบางแห่งก็ทำหน้าที่เป็นสถานที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นแก่ผู้มาเยือนได้โดยสมบูรณ์
บางแหล่งมีองค์ความรู้ที่จะให้แก่ผู้เรียนในหลากหลายสาขาวิชาแต่ยังไม่มีใครรู้ว่ามีแหล่งเรียนรู้เหล่านี้อยู่และจะเริ่มดำเนินการประชาสัมพันธ์ตัวเองได้อย่างไร
ในฉบับที่แล้วได้เสนอแนะวิธีการไว้แล้ว ในฉบับนี้จึงจะขอเสนอวิธีการเพิ่มเติมในเรื่องของการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้
เพื่อให้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยจะต้องดำเนินงาน ดังนี้
1. กำหนดกระบวนการบริหาร ซึ่งในที่นี้ก็คือในแหล่งเรียนรู้นั้นๆ ควรระบุ
เรื่อง การจัดการให้ชัดเจน โดยมีผู้จัดการซึ่งอาจเป็นบุคคล องค์กร คณะบุคคล
และชุมชนก็ได้เพื่อจะได้มีแกนกลางในการทำหน้าที่เชิงบริหารจัดการ
เขียนมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่าจะทำของนอกระบบ และอัธยาศัยให้เป็นในระบบหรืออย่างไร
คงไม่ใช่อย่างนั้น หากแต่ในการดำเนินงานนั้นเมื่อเราเน้นคำว่า "คุณภาพ"
และ "มีประสิทธิภาพ" แล้ว ถึงจะเป็นการจัดการศึกษาแบบใดก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน
การมีผู้จัดการหรือคณะบุคคลมาดูแลนั้นจะเป็นบุคคลที่อยู่ในชุมชนนั้นๆ นั่นเอง
จะเป็นปราชญ์ เป็นผู้รู้ หรือเป็นพระภิกษุสงฆ์ก็ได้ บุคคลในชุมชนนี้จะเป็นผู้ที่สามารถประสานงานร่วมกับบุคคลอื่นๆ
อาทิ สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมาร่วมมือกันพัฒนาความรู้
ร่วมกันจัดทำเนื้อหาสาระ รูปแบบ กระบวนการที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้มาเยือนต่อไป
2. สร้างระบบเครือข่าย : แหล่งเรียนรู้ทำงานคนเดียวไม่ได้ต้องมีเพื่อนร่วมงาน
คำว่า "เพื่อนร่วมงาน" ขอยกตัวอย่างในกรณีของแหล่งเรียนรู้ประเภทพิพิธภัณฑ์
อาจมีเพื่อนร่วมงานหลายประเภท ได้แก่
ที่ให้แหล่งเรียนรู้สร้างระบบเครือข่ายก็เพื่อประโยชน์ของการให้ความรู้ที่หลากหลายกว้างขวางและการได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากแหล่งต่างๆ
นั่นเอง
3. การจัดทำกรอบแนวคิด แผนงาน โครงการ กิจกรรมเป็นรายปี : ผู้เรียนนั้นมาจากทุกพื้นที่
ดังนั้นแหล่งเรียนรู้ควรจัดทำข้อมูลไว้ให้ผู้เรียนจากต่างภูมิภาคสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้อย่างเป็นระบบตามความต้องการของผู้เรียน
4. มีการเชื่อมโยงการเรียนการสอน การจัดศึกษาทั้ง 3 รูปแบบ ทั้งในระบบ นอกระบบ
การศึกษาตามอัธยาศัย
5. ส่งเสริมให้เป็นแหล่งรายได้ เศรษฐกิจชุมชน โดยมีการจัดการอบรมสาธิต วิธีผลิตผลิตภัณฑ์นานาชนิด
6. มีการประชาสัมพันธ์ผลงานให้แพร่หลาย เพื่อประกาศให้ผู้เรียน ผู้สนใจได้รับรู้ว่าอะไรคือองค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้
และผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้เห็นภาพในเรื่องการจัดสาระความรู้ในแหล่งเรียนรู้ จะขอยกตัวอย่างการพัฒนาการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้จากตัวอย่างแหล่งเรียนรู้ในพระนครศรีอยุธยา กรุงเก่าที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานจนได้รับการยกย่องให้เป็น "มหานครแห่งการเรียนรู้" ผู้คนสามารถเรียนรู้ได้หลายเรื่องสอดคล้องกับหลักสูตร สาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ ตัวอย่างเล็กๆ ที่พอจะทำให้ท่านได้เห็นภาพและนำไปลองปฏิบัติได้
การดำเนินงานแหล่งเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องทำงานเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ
เอกชน ขุมชน โดยรัฐให้คำปรึกษาด้านวิชาการ เข้ามาช่วยประสานการจัดกระบวนการกลุ่ม
รวมทั้งสร้างผู้นำเพื่อกระตุ้นให้เกิดแหล่งเรียนรู้และการจัดการที่ยั่งยืน
ส่วนภาคเอกชนก็เข้ามาส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้
สำหรับภาคชุมชนหรือประชาชนนั้นก็เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้
ในการทำงานต้องอย่าลืมว่าทรัพยากรมีน้อย ดังนั้นควรใช้ทรัพยากรท้องถิ่นร่วมกันอย่างมีคุณค่า
ให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์การเรียนรู้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ต้องมีการจัดกิจกรรมระหว่างสมาชิกเครือข่ายเพื่อให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และนำประสบการณ์ที่ดีไปปรับประยุกต์ใช้ รวมทั้งการจัดระดมความคิด เพื่อพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอด้วย หากสามารถดำเนินการได้ดังกล่าวข้างต้นก็เชื่อได้ว่าเราจะมีแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืนไม่ใช่แหล่งเรียนรู้เฉพาะกิจที่ถาโถมเร่งรีบดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา
25 และเมื่อกระแสการปฏิรูปการศึกษาสร่างซาลง งานของแหล่งเรียนรู้ก็ถูกเก็บหรือถูกลืมเลือนไปในที่สุด
การเรียนรู้เสริมสร้างพลังอำนาจของมนุษย์ เป็นกุญแจดอกสำคัญเปิดประตูสู่อนาคตที่สดใส
การปฏิรูปการศึกษานำมาซึ่งโอกาสและทางเลือกให้ผู้เรียนได้เลือกเส้นทางการเรียนรู้ของตนตามความถนัด
ตามความสามารถ คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้ารับการศึกษาอย่างทั่วถึงจากบริการของรัฐที่จัดไว้ให้
ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
ที่ได้เข้ามาร่วมมือกันจัดการศึกษาทั้งในโรงเรียน และนอกรั้วโรงเรียน แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่หลากหลายทั้งที่มีอยู่แล้ว
และที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ก็พร้อมที่จะเป็นแหล่งให้ความรู้ ทักษะ บันเทิง และนำมาซึ่งอาชีพให้แก่ผู้เรียน
ดังนั้นขอให้ผู้เรียนทุกเพศทุกวัยได้ไปใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เหล่านี้อย่างจริงจัง
การปฏิรูปการศึกษาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้คนไทยทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษา
เป็นผู้รู้เท่าฉลาดทัน นำความรู้ที่ได้รับ นำพาประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรือง
เป็นประเทศแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง |