|
ความสำคัญของศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย |
|
วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศได้ส่งผลให้ชาวไทยบางกลุ่มต้องประสบกับภาวะล้มละลาย
เกิดความเสื่อมถอยทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และกระทบต่อโครงสร้างโดยรวมของสังคม
และยังมีประชาชนชาวไทยอีกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับกระทบจากวิกฤตินี้ ตรงกันข้ามกลับสามารถยืนหยัดอยู่ได้
และดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข กล่าวได้ว่า บุคคลกลุ่มนี้ได้ใช้ "ภูมิปัญญาไทย"
ที่คนไทยได้คิดค้น เรียนรู้ สั่งสม กลั่นกรองและทดลองใช้จนตกผลึกสามารถนำความรู้นั้นมาแก้ไขปัญหาของตนเองและสังคม
ภูมิปัญญานี้เองได้รับการถ่ายทอด สืบทอดกันมา และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงไว้สืบไป สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
ได้เล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาและการสืบสานภูมิปัญญาไทย จึงได้จัดทำนโยบายส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษาขึ้น
โดยได้ผ่านความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2542
ในนโยบายดังกล่าวได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า "ภูมิปัญญาไทยจะได้รับการฟื้นฟูและนำมาปรับใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และบริบททางเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการศีกษาสำหรับคนทั้งชาติ
และเป็นไปเพื่อเน้นคุณค่าทางจิตพิสัยนำไปสู่ดุลยภาพอย่างยั่งยืน จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การแก้ไขปัญหา
และพัฒนาตนเองและสังคมตามแนวทางที่เหมาะสมแก่ประเทศไทย" ในนโยบายการส่งเสริมภูมิปัญญาในการจัดการศึกษานั้นมีอยู่
4 ข้อ กล่าวคือ 1.นำภูมิปัญญาเข้าสู่การศึกษาของชาติ
โดยเลือกสรรสาระและกระบวนการเรียนรู้เข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งการศึกษาในโรงเรียน
การศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย 2.ยกย่องและเชิดชูเกียรติ
"ครูภูมิปัญญา" และสนับสนุนให้มีบทบาทเสริมในการถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกระบบ
รวมทั้งให้แบบอย่างและชี้นำ ด้านวิถีคิด วิถีการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตที่ได้ผ่านการทดสอบมามาก 3.สนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านภูมิปัญญา
เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาที่หลากหลายให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง 4.ประมวลคลังข้อมูลเกี่ยวกับสารัตถะ องค์กรและเครือข่ายภูมิปัญญา ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ |