ภูมิหลังและผลงาน
นายฝาก ตรีถวัลย์ ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นคนดีศรีสังคม
ประจำปี พศ. ๒๕๔๒ เป็นคจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันอายุ ๖๑ ปี มีบุตร-ธิดาอย่างละ
๑ คน มีอาชีพทำสวน นายฝากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ได้บวชเรียนตามประเพณี
และสอบได้นักธรรมโท
นายฝากได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทยมาเป็นเวลานาน โดยทำงานให้กับบุคคลระดับล่างของสังคม
นำนวัตกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งด้านการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจ
บุกเบิกงานธนาคารชุมชนบ้านคีรีวง ธนาคารหมู่บ้านกลาง และตั้งกลุ่มออมทรัพย์บ้านคีรีวง
จนได้ชื่อว่าเป็นนักบัญชีชาวบ้าน เพราะเป็นผู้วางระบบบัญชีแบบสากลให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
แรงบันดาลใจของการเกิดบัญชีชาวบ้าน
นายฝาก มีการเรียนรู้อยู่เสมอ มีศรัทธาในข้อเขียนเกี่ยวกับระบบสหกรณ์ของนายสด
กูรมะโรหิต จึงตั้งใจศึกษาจนมีความเข้าใจในระดับหนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เขาได้รับเลือกเป็นรองประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตร
อำเภอลานสกา และสามารถทำให้ผู้จัดการสหกรณ์ที่คอร์รัปชั่นต้องลาออกไป ต่อมาในปี
พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้บุกเบิกสร้างธนาคารชุมชนร่วมกับ นายตรีวุธ พาระพัฒน์ และนายบุญธรรม
เพชรวงศ์ โดยอาศัยแนวทางของกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ที่กรมพัฒนาชุมชนจัดตั้งไว้
เป็นจุดเริ่มต้น กลุ่มออมทรัพย์บ้านคีรีวงค่อย ๆ เติบโต แต่เมื่อดำเนินการไปได้
๒ ปี ก็พบปัญหา ปิดงบประมาณไม่ลง พนักงานบัญชีทำบัญชีซ้อนจ่าย นายฝากจึงเริ่มสนใจศึกษาบัญชีอย่างจริงจัง
และวางระบบบัญชีของกลุ่มใหม่ ทำให้ได้เรียนรู้ระบบบัญชีแบบสากล จนกลายเป็นนักบัญชีมือดีของกลุ่ม
และได้รับคัดเลือกเป็นผู้จัดการของศูนย์สาธิตการตลาดบ้านคีรีวงในปี ๒๕๒๘
ทำให้นายฝากต้องหาความรู้เรื่องการบริหารจัดการศูนย์สาธิต และปลูกฝังเรื่องสหกรณ์ร้านค้าให้แก่สมาชิกของศูนย์
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ชาวคีรีวงหลายครอบครัวรวมทั้งครอบครัวของนายฝาก ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากอุทกภัยครั้งใหญ่
ต้องย้ายครอบครัวจากคีรีวงมาอยู่ที่บ้านกลาง อำเภอเชียรใหญ่ ต่อมาในปี
๒๕๓๘ นายฝากได้ร่วมมือกับกลุ่มไร่นาสวนผสมจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านกลาง ขึ้น
จากบทบาทการบริหารจัดการทั้งกลุ่มออมทรัพย์และธนาคารหมู่บ้านเนื่องจากนายฝากตระหนักถึงความสำคัญของธนาคารหมู่บ้าน
กลุ่มออมทรัพย์ ว่าเป็นแหล่งรวมศูนย์เงินของหมู่บ้าน เพื่อหมุนเวียนเงินทุนในครอบครัวของแต่ละครอบครัว
เพื่อนำไปเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิต และสร้างความเติบโตให้กับเงินทุนส่วนรวมของหมู่บ้าน
อันจะนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์และธนาคารหมู่บ้านจึงกลายเป็นวงจรทรัพย์สินหรือวงจรความมั่งคั่งในหมู่บ้าน
เป็นหลักประกันการพัฒนาหมู่บ้านทุกด้าน ด้วยเหตุที่การบัญชีเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้องค์กรในการบริหารการเงิน
และลดช่องโหว่การทุจริต เป็นเครื่องมือในการนำไปบริหารธนาคารหมู่บ้านหรือกลุ่มออมทรัพย์
และที่ระบบบัญชีสากลมีความซับซ้อน และใช้ภาษายาก ทำให้เป็นอุปรรคในการฝึกอบรม
นายฝาก ตรีถวัลย์ จึงได้สรุปประสบการณ์ เรียบเรียง และปรับประยุกต์ระบบบัญชีแบบสากลให้เป็นระบบที่ง่ายในการทำความเข้าใจของชาวบ้าน
โดยการจัดทำเป็นเอกสารคู่มือชื่อ "บัญชีสากลกับชาวบ้าน" นายฝากกล่าวว่า
เราหลีกบัญชีสากลไม่ได้ แต่เราปรับบัญชีสากลให้เป็นบัญชีแบบชาวบ้านได้"
และกล่าวย้ำถึงบัญชีเล่มนี้ต่อสาธารณชนอีกว่า
"ถ้าผู้ใดเขียนตำราให้ง่ายกว่านี้ ขอความกรุณาให้ช่วยกันเขียน คิดว่าเมตตาต่อชาวบ้านผู้ไม่รู้
เพราะผมไม่ได้เขียนเพื่อให้มีชื่อเสียง แต่ต้องการให้ชาวบ้านได้มีศักยภาพในการพึ่งตนเองในด้านการบริหาร"
นอกจากนี้ นายฝากยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการศูนย์สาธิตการตลาด เป็นผู้นำในการเชื่อมโยงองค์กรเครือข่ายต่าง
ๆเช่น องค์กรเครือข่ายการเงินชาวบ้าน ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มออมทรัพย์
ธนาคารหมู่บ้าน เครดิตยูเนี่ยน สหกรณ์ ประมาณ ๑๙ องค์กร และได้ร่วมกับธนาคารหมู่บ้านใน
๑๒ อำเภอ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวนกว่า ๑๐๐ ธนาคาร รวมตัวกันเป็นสภาธนาคารหมู่บ้าน
เพื่อให้เป็นเครือข่ายช่วยเหลือกันทางการเงิน นอกจากนี้นายฝากยังมีบทบาทหลักในการเป็นวิทยากรฝึกอบรมบัญชีให้กับสมาชิกเครือข่ายสภาธนาคารหมู่บ้านและองค์กรเครือข่ายการเงินชาวบ้านเมืองนครอีกด้วย
การทำบัญชีประสาชาวบ้าน
การทำบัญชีประสาชาวบ้านของนายฝาก
ตรีถวัลย์ คล้าย ๆ กับการเดินขึ้นบันได ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงขั้นที่
๘ ซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย มีลำดับดังนี้
ขั้นที่ ๑ ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จจ่ายเงิน
ขั้นที่ ๒ ทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน ทะเบียนคุมใบเสร็จจ่ายเงิน
ขั้นที่ ๓ บัญชีเงินสด
ขั้นที่ ๔ บัญชีแยกประเภท
ขั้นที่ ๕ งบทดลอง
ขั้นที่ ๖ งบกำไร ขาดทุน
ขั้นที่ ๗ งบดุล
ขั้นที่ ๘ งบจัดสรร
จะเห็นได้ว่า กระบวนการเรียนรู้ของนายฝาก
ตรีถวัลย์ เป็นการเรียนรู้ในระบบในขั้นต้น แต่ส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้ตามอัธยาศัย
และจากการลงมือปฏิบัติจริง จนเกิดการตกผลึกความรู้ทางด้านบัญชี นายฝากได้ดัดแปลงบัญชีสากลมาเป็นบัญชีแบบชาวบ้าน
จนชาวบ้านสามารถนำมาเป็นคู่มือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบบัญชีได้ง่ายขึ้น
นับได้ว่า นายฝากยังเปรียบเหมือนตัวแทนชุมชนในการนำวิทยาการสมัยใหม่และเลือกสรรภูมิปัญญาที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจของชาวบ้าน
และวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชน ให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของชาวบ้าน
ที่ได้กำหนดให้มีการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้และการศึกษาอบรม
บนพื้นฐานของภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ต่าง ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ตามมาตรา
๒๙ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
สถาบันแห่งชาติว่าด้วยภูมิปัญญาและการศึกษาไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
สำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้สนับสนุนให้นายฝากดำเนินโครงการ "การสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพองค์กรการเงินชาวบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช"
และยกย่องให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๑ (สาขาการจัดการ) ซึ่งนับได้ว่าหน่วยราชการได้ส่งเสริมและยกย่องบุคคลในชุมชน
ที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยนำประสบการณ์ ความรอบรู้ ความชำนาญ
และภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา ตามมาตรา ๕๗ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒
ในส่วนของภาคเอกชนทางมูลนิธิหมู่บ้านร่วมกับมูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดยการสนับสนุนของบริษัท มรกตอินดัสตรี้ส์ จำกัด ได้ร่วมกันประกาศเกียรติคุณให้แก่นายฝาก
ตรีถวัลย์ ซึ่งได้รับเลือกเป็นคนดีศรีสังคม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๒
กัลยานี ปฏิมาพรเทพ