|
เปิดสูตรเด็ดยาอายุวัฒนะ
แพทย์แผนไทยกรุงเก่า
|
|
|
ครูณรงค์
มาคง จาก จงสุโขทัย เป็นผู้ที่ค้นคว้า รวบรวมตำราและสรรพคุณของสมุนไพร
สามารถนำสมุนไพร มาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ ต่างๆ เป็นผู้ที่ริเริ่มสร้างเครือข่าย
ด้านการแพทย์แผนไทยทั้งในระดับอำเภอและ จังหวัด ได้จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาหมู่บ้าน
จนบรรลุตามเป้าหมาย สามารแก้ปัญหาสาธารณสุขใน ชุมชนได้เป็นอย่างดี อันนำซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน" เป็นการประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
(สกศ.) ในการยกย่อง "ณรงค์ มาคง" เป็นครูภูมิปัญญาไทย ด้านการแพทย์แผนไทย
รุ่นที่ 2 ประจำปี 2545 หากใครได้สนทนาด้วยจะรู้ว่าคุณสมบัติ ของครูรณรงค์มีมากกว่านั้นเสียอีกเพราะเป็นหนึ่งในจำนวนน้อยคนนักที่สามารถอ่านและแปลตำรายาโบราณ
ภาษาขอมได้ ครูรณรงค์เล่าว่า
"เดิมที่สุโขทัยเรื่องการแพทย์แผนไทยยังไม่มีคนนิยมและรู้จักการแพทย์แผนไทย
พอปี 2539 โรงพยาบาลสัคโลก เปิดโรงเรียนการแพทย์แผนไทย ผมสนใจเลยไปเรียนกับ
คุณชยพร อนุสนธิ์พรเพิ่ม ประธานชมรมการแพทย์แผนไทยสุโขทัยราชธานี จากนั้นเลยตั้งชมรมขึ้นแะเรียนสมุนไพรกันมีผู้สนใจเรียน
สองร้อยกว่าคนและได้ขยายชมรมแพทย์แผนไทยไปทุกอำเภอ ปัจจุบันมีทุกอำเภอ
อำเภอละ 20-50 คน ไป สอนตามวัด ตามโรงเรียน เรียนด้านหัตถเวชด้วย สอนนวดไปแล้ว
3 รุ่น ประมาณ 300 คนออกไปทำเป็น ส่วนตัวบ้าง ทำเป็นส่วนรวมบ้าง ตอนนี้ชมรมมีคนเรียน
250 คน แล้วยังขยายไป จ.กำแพงเพชร" เดิมครูรณรงค์ไม่คิดเอาดีด้านแพทย์แผนโบราณ
แต่ด้วยความที่คุณพ่อเป็นหมอโบราณมาก่อน เลยซึมซับมา เรื่อยๆ พอหลังจากเรียนจบจากโรงเรียนการแพทย์แผนไทยที่โรงพยาบาลสวรรคโลกแล้ว
ก็เริ่มลุยงานด้านนี้ อย่างเอาจริงเอาจัง พร้อมกับการแปลตำรายาโบราณเก่าๆที่นับวันจะสูญหาย
ซึ่งเป็นภาษาขอมโบราณ และ ยังปลูกพืชสมุนไพรหลายชนิดที่บ้านในตัวเมืองสุโขทัย ความรู้ความสามารถของครูรณรงค์ซึ่งเป็นทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
(อสม.) และแพทย์ประจำ ตำบล ทำให้ประยุกต์ศาสตร์สมัยใหม่กับโบราณเข้ากันได้ด้วยดี
ตอนนี้ใครมีปัญหาด้านสุขภาพกินไม่ได้นอน ไม่หลับเป็นโรคนู้นโรคนี้ ต่างมุ่งหน้าตรงมาที่บ้านครูณรงค์ ครูรณรงค์บอกว่า
"คนไข้คนหนึ่งเป็นต่อมลูกหมากโตไปรักษาที่โรงพยาบาลไม่หายหมอให้กลับบ้าน
เขาก็มาหาผมถามอายุเท่าไร แล้วคูณธาตุให้ และไปซื้อยาธาตุตามที่บอกมากิน
ปรากฏว่า กินไป 3 วัน ลุก ขึ้นเดินได้ บางคนถูกงูกัดมาไปโรงพยาบาลไม่ทัน
มารักษาที่นี้ ร้อยกว่าคน ไม่มีใครตายสักคน ผมใช้เสลด พังพอนตัวผู้กับตัวเมียผสมกับเหล้าให้กินและให้พอกก็หาย
ยารักษางูกัดมีหลายขนาน" หมอแผนไทยคนนี้มีสูตรยารักษาได้หลายโรค
อย่างความดันต่ำ จะให้ทานยาบำรุง ส่วนความดันสูงจะให้ยาลด มีบอระเพ็ดกับฟ้าทะลายโจร
แต่ลดแล้วก็ต้องหยุด เพราะถ้าทานไปมากเกินไปก็มีอันตรายอีก สำหรับบอระเพ็ด
อย่างเดียวหรือฟ้าทะลายโจรอย่างเดียวเอามาบดเป็นผงแล้วใส่แคปซูลทำให้กินง่าย
ส่วนคนที่รักษาทางด้าน สมุนไพรเมื่อรักษาอาการหายแล้วก็ต้องหยุดทาน แต่มียาบางอย่างที่ทานต่อไปเรื่อยๆ
เช่น ยาธาตุเบญจกูลซึ่ง เป็นยาอายุวัฒนะ ฟังครูรณรงค์พูดถึงยาอายุวัฒนะแล้ว
พวกเราที่นั่งถึงกับหูผึ่ง อดถามสูตรไม่ได้ ครูรณรงค์แจกแจงอย่างไม่ปิดบัง
ว่า "คำว่าเบญจกูลเขาจะใช้ส่วนเสมอภาค ดีปลี 1 ส่วน ชะพลู 1 ส่วน
ตะค้าน 1 ส่วน เจตมูลเพลิง 1 ส่วน ขิงแห้ง 1 ส่วน ถ้าทานได้จะเป็นยาอายุวัฒนะ
ทำเป็นผงชงน้ำร้อนดื่มแทนน้ำได้ สมัยก่อนฤษีมี
5 ตน เขาจะทานแต่ละอย่างไปตลอดชีวิต ปรากฏว่า รุ่นนี้มีอายุสองร้อยกว่าปี
มันไม่พิษสะสมใน ร่างกายจะทานได้เรื่อย บางตำรายังมีใบหนาด ใบบอระเพ็ด
ใบผักคาด ใบมะตูม เอาทั้ง 4 อย่างมาผสมกัน บางคนทานบอระเพ็ดตั้งแต่หนุ่มจนแก่ไม่เห็นเป็นไร
บางคนทาทนมะตูม แต่ถ้าไม่ทานก็ป่วยเป็นโรค" สมุนไพรไทยนั้นมีสรรพคุณรักษาโรคหลายอย่าง แต่หากทานมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดีอย่างที่ครูรณรงค์เตือน " มีบางอย่างที่ยาทางแผนไทยกับยาทางแผนโบราณขัดกัน คือทางแผนไทยบอกทานมากมันจะสะสม แต่ ของแผนโบราณเขาจะทำมาพอดีไม่สะสม อย่างยาธาตุเบญจกูล หรือยาอายุวัฒนะ ถ้าทานเรื่อยๆจะดี ถ้าไม่ทาน ก็ไม่ดี หรืออย่างกวาวเครือโดดๆมันก็อันตราย จริงๆเมื่อก่อนเขาใช้ยาลบล้างพิษกันไว้แล้ว จึงไม่เป็นอันตราย กินตลอดชีวิตได้ แต่ปัจจุบันไม่เรียนไม่รู้แล้วก็ไปฝืนเขา ไปบอกว่าหมอโบราณไม่ดีที่จริงถ้าเราเรียนเราจะเห็นว่า ละเอียดลึกซึ้งมากเราจะตามไม่ค่อยจะทัน บางทีจบปริญญาโทแล้วยังไปสอบตกเภสัชเวช ต้องละเอียดมาก" สูตรยาโบราณนั้นบางสูตรก็เหลือเชื่อว่าจะทำให้คนมีอายุผมดำไม่เหมือนผู้สูงอายุทั่วไป
เช่นพระรูปหนึ่ง อายุมาก โขแล้ว แต่ผมยังไม่หงอก สอบถามได้ความว่าฉันแห้วหมูกับน้ำผึ้งทุกวัน ต้องยอมรับว่า
ปัจจุบันแพทย์แผนไทยเข้ามามีบทบาทในวงการแพทย์มากขึ้น แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นก็มีให้เห็น
ดังที่ ครูรณรงค์เล่าว่า "ในตำราสูตรยาต่างๆจะบอกเลยว่า ยานั้นใช้เฉพาะนั้น
ใช้ได้ระยะนั้น แต่คนที่ไม่รู้เอาไป ใช้ไม่รู้ระยะเวลา ไม่รู้ขนาด ไม่รู้ปริมาณ
ไม่รู้ว่าตัวยานั้นใช่หรือไม่ บางครั้งก็ใช้ยาผิด เพราะไม่ได้เรียน ไม่รู้จัก
สรรพคุณเภสัช บางคนสมัครเรียนก็คิดว่าตัวเองเป็นเภสัชแล้ว คิดว่าตัวเองทำได้แล้ว
ไปทำผิดๆก็เป็นโทษ แล้ว บอกแผนไทยไม่ดี ถ้าเรียนจริงๆต้องรู้ให้ลึกซึ้งแล้วนำไปปฏิบัติตามที่รู้นั้นผลจึงจะถูกต้องกระทรวงสาธารณสุข
ก็ควบคุมอยู่ แต่คนเราพอสมัครเรียนแค่วันสองวัน รู้งูๆปลาๆคนแบบนี้มีมากมาย" บ้านครูรณรงค์แม้จะมีเนื้อที่ไม่มากนักแต่ปลูกพืชสมุนไพรหลากหลายรวมแล้วกว่า
200 ชนิด มีทั้งรักษาโรคและ บำรุงร่างกาย นอกจากจะปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำยาด้วยการแปรรูปแล้วยังปลูกเพื่อให้นักเรียนนักศึกษา
และคนทั่วไปได้มาศึกษาหาความรู้จากของจริงด้วย ซึ่งไม่ว่าจะถามเจ้าของบ้านว่าต้นนี้ต้นอะไร
ใช้ทำอะไร สามารถตอบได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีติดขัด ตนไม้แต่ละต้นที่บ้านนี้ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น
อย่างเช่น ต้นแก้ว ดอกสีขาวกลิ่นหอมชื่นใจ บ้านใครๆก็ปลูก ครูรณรงค์บอกว่า
เมื่อเอาใบมาผสมกับเหล้าขาวใส่ฟันที่ปวดจะหาย ส่วนรากก็ใช้มีสรรพคุณเช่นกัน "คนที่ไม่เรียนเภสัชจะไม่รู้
บางทีรู้ชื่อ รู้สรรพคุณแต่ไม่รู้ต้นก็ไม่ได้ ต้องรู้จักสี รู้จักกลิ่น
รู้จักรูป รู้จักชื่อ รู้จักรส รู้จักสรรพคุณ ต้องรู้หมด วิธีเก็บ ต้องมีย่ามเก็บ
วันเก็บ ทิศเก็บ ฤดูเก็บ ว่าฤดูไหนควรจะเก็บส่วนไหนของ เภสัชวัตถุ ยามไหนควรจะเก็บส่วนใดแล้วควรจะไปทิศไหนของบ้าน
อันนั้นเขาต้องการเน้นคุณภาพ เช่น ถ้าไป เก็บกระชายดำ เขาให้ไปเก็บเช้าแต่เราไปเก็บบ่าย
ให้ไปเก็บทิศเหนือเราไปเก็บทิศใต้ มันอาจจะเปลี่ยนแปลง ไปได้เหมือนกันสรรพคุณอาจจะลด
อย่างส้มเช้า เช้ามันจะเปรี้ยวแต่เราไปเก็บบ่ายมันจะฝาด" "ชยพร
อนุสนธิ์พรเพิ่ม" เสริมว่า ตอนนี้ชมรมพยายามให้เด็กในโรงเรียนและบรรดาพระสงฆ์องค์เจ้า
ในวัดต่างๆ เรียนรู้เรื่องแพทย์แผนไทย พอดีได้เงินจากกองทุนเพื่อสังคม
จึงทำโครงการโรงเรียนรักสมุนไพร เริ่ม จากโรงเรียนระดับประถม รวมทั้งกรรมการของชมรมไปสอนเด็กเรื่องนวดแผนไทยปรากฏว่า
แม่เด็กคนหนึ่งเป็น อัมพฤกษ์เดินไม่ได้ เด็กคนนี้เรียนแล้วเอาไปนวดแม่แล้วอาการดีขึ้น
จากนั้นอาจารย์เลยให้ห้องห้องหนึ่งเป็นเรียน นวดแผนไทย การนำเรื่องสมุนไพรและการนวดเข้าสู่โรงเรียนนั้น
ทางชมรมมองว่าจะเป็นหนทางในการประกอบอาชีพอย่างหนึ่ง ของเด็กในอนาคตได้ การอุทิศตนให้ส่วนรวมของครูณรงค์สมควรแล้วที่จะได้รับการยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทย สมุนไพรแก้สารพัดโรค ครูรณรงค์สาธยายเป็นฉากๆให้ฟังว่า
สมุนไพรใกล้ตัวมีหลายชนิดที่ใช้เป็นยาได้ อาทิ ถ้านอนไม่หลับกินขี้เหล็ก
อร่อยด้วย ถ้าปวดหัวข้างเดียวใช้ใบขี้เหล็กอ่อนๆและดอกขี้เหล็กอ่อนๆแมงลักทั้ง
5 ราก ต้น ผล ดอกใบ แล้วก็ ผักเสี้ยนผีทั้ง 5 เอามาต้มกินแล้วจะหาย ไม่ต้องไปซื้อยา
ถ้าแมงลักไม่มี ก็ใช้ใบกะเพราเอาไปต้มส่วนเท่ากัน เช่น ถ้าเอาใบขี้เหล็กหนัก
15 กรัม ใบกะเพรา 15 กรัม ผักเสี้ยนผี ดอกจะสีเหลือง ใบเล็ก มีทั่วไป โรคไขมัน
ในเส้นเลือดสูงมีเป็นสูตร เกลือ 3 มะขาม 7 บอระเพ็ด 5 ถ้าเราทานเรื่อยๆเบาหวานจะหาย
ไขมันในเลือดจะ ลด แต่ทางโรงพยาบาลจะใช้ดอกคำฝอย มาชงน้ำดื่ม กระเทียมก็ใช้ได้จะมียี่สิบกว่าตัว
แต่ที่เราใช้มีดอกคำฝอย กระเทียม บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร ในตำราโบราณภาษาขอม-เขมรเขียนบอกไว้ว่า
ถ้าเราทานอาหารไม่ได้หรือว่าไม่มีกำลังเราให้คูณธาตุเพราะ ธาตุเราอาจจะหย่อน ที่เส้นผมยังดำก็ใช้ยาเบญจกูล ตำรับหนึ่งที่ว่า ใช้แห้วหมู 1 ส่วน เหงือกปลาหมอ 1 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน เอา มาตำเป็นผง ผสมกินน้ำผึ้งทุกวัน จะทำให้ผมดำ บางคนทางภาคอีสานอายุ 70 ปีแล้ว ผมยังเหมือนคนอายุ 50 ปี แต่ถ้ากินแล้วหยุดบ้างกินบ้างก็จะไม่ได้ผล ถ้าใครสนใจสอบถามได้ที่เบอร์โทร. 0-5562-1378 หรือ 0-1533-3972 อ้างอิง
: มติชน 1 ตุลาคม 2545
|