ครูภูมิปัญญาไทย

ในยุคโลกาภิวัฒน์ เศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม การเมือง และการบริหาร เต็มไปด้วยความรวดเร็วอันเนื่องมาจากการแข่งขันของระบบเสรีนิยมที่มีทุนนิยมเป็นแกนกลางแห่งสรรพสิ่ง

เศรษฐกิจเชื่อมโยงกันทุกประเทศทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันดิบของประเทศกลุ่มโอเปค และเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่าหลีกเลี่ยนไม่พ้น

วัฒนธรรมโลกประเภทดนตรี เพลง กีฬา ฟุตบอล บาสเกตบอล กอล์ฟ เทนนิส อาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด ทะลุทะลวงเข้าสู่ประเทศไทยและตามหัวเมืองที่มีห้างสรรพสินค้า หรือคลังสินค้าของบิ๊กซี เทสโก้ โลตัส ประชาชนทุนคนมุ่งเดินทางมาซื้อหาของที่ตนเองคิดว่าเป็นของดี ราคาถูก

โดยลืมนึกไปว่าสินค้าเหล่านี้เมื่อซื้อมาตุนมากๆ จะก่อให้เกิดคลังสินค้าย่อยๆ ขึ้นที่บ้านปล่อยให้เงินที่เก็บเอาไว้ใช้สอยในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ต้องมาจมอยู่กับสินค้าที่ซื้อมาในราคาที่คิดว่าถูกแสนถูก

การรู้เท่าทันอาจทำให้ประชาชนคนไทยไม่ต้องจ่ายในส่วนที่ไม่ควรจ่าย นั่นคือ การสร้างนิสัยประหยัด ถ้าเปรียบเทียบนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันคือ การลดรายจ่าย

การเข้าถึงหลักชีวิตดังกล่าวจำเป็นต้องหวนมาสู่การดำรงชีวิตของบรรพบุรุษในอดีตที่ใช้ภูมิปัญญาไทย อาทิ การปลูกเรือนโดยไม่มีการตอกตะปู การดักแย้ การยกยอ การจับปลาด้วยแห สิ่งเหล่านี้เกิดจากภูมิปัญญาของไทยทั้งสิ้น

วันนี้ยังไม่สายเกินไปที่คนไทยทั้งประเทศจะหวนกลับมารื้อฟื้นภูมิปัญญาไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมี 9 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านเกษตรกรรม 2. ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม 3. ด้านการแพทย์แผนไทย 4. ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ 5. ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน 6. ด้านศิลปกรรม 7. ด้านภาษาและวรรณกรรม 8. ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี 9. ด้านโภชนาการ

แน่นอนพลังผลักดันต้องอาศัยพลังแผ่นดินจากคณะครูอาจารย์ผู้บริหารทั่วประเทศที่จะช่วยกันแสวงหาและรักษาครูภูมิปัญญาไทย ทั้ง 9 ด้าน ให้มาทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ความคิด ประสบการณ์ ที่มีคุณค่าให้แก่นักเรียนรุ่นใหม่ในฐานะผู้ทรงภูมปัญญาของแผ่นดิน

สุรพงษ์ ปนาทกูล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย รภ.เทพสตรี ลพบุรี