ศูนย์การเรียนครูภูมิปัญญาไทย ภาคใต้

ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ดำเนินการจัดทำนโยบายส่งเสริมครูภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ และเพื่อให้การส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษาให้มีความเป็นรูปธรรม สำนักงานฯจึงได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติครูภูมิปัญญาไทย จำนวน ๓ รุ่น รวมทั้งหมด ๑๓๑ คน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นมา เพื่อให้ทำหน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยเข้าสู่การศึกษาทั้ง ๓ รูปแบบ

ครูภูมิปัญญาไทยภาคใต้ทั้ง ๓ รุ่น จำนวน ๒๖ คน (จำนวน ๒๗ คน เสียชีวิตไป ๑ คน ) ได้รวมตัวกันระดมสมองในการกำหนดทิศทางเพื่อพัฒนากระบวนการถ่ายทอดในชุมชนของครูแต่ละชุมชน เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์การเรียนที่มีมาตรฐาน ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ของครูให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนเกิดเป็นภูมิปัญญาแผ่นดิน และสอดคล้องกับแผนงานหลักของนโยบายส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา และตรงกับวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งสมาคมภูมิปัญญาไทย เพื่อให้สังคมไทยยืนหยัดอยู่บนเวทีโลกบนพื้นฐานของภูมิปัญญาไทยที่บูรณาการเข้ากับภูมิปัญญาสากล กลายเป็นภูมิปัญญาใหม่

ครูภูมิปัญญาไทยภาคใต้ จึงมีมติให้ทุก ๆ ๓ เดือน มีการสัญจรในการศึกษาดูงาน จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามศูนย์ต่าง ๆ เป็นการบริหารจัดการโดยครูภูมิปัญญาภาคใต้ทุกคน โดยไม่อาศัยงบประมาณจากหน่วยราชการ การประชุมครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๖ ณ ศูนย์แพทย์แผนไทย วัดศาลามีชัย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อันเป็นที่ตั้งของศูนย์กาารเรียนแพทย์แผนไทยของครูกีชา วิมลเมธี ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ ๓ ที่ประชุมได้แต่งตั้งให้ครูประยงค์ รณรงค์ ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ ๑ ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการประชุมและเป็นแกนนำเครือข่ายภาคใต้ ครูนิยม บำรุงเสนา ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ ๓ จังหวัดชุมพร ด้านศิลปกรรม เป็นเลขานุการกลุ่ม การประชุมในครั้งนั้น ทำให้ครูภูมิปัญญาไทยทั้ง ๓ รุ่น ได้ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

การจัดประชุมครั้งที่ ๒ มีขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖ ณ บริเวณศูนย์อนุรักษ์มรดกท้องถิ่นกะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ของครูไชยยุทธ ปิ่นประดับ ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ ๓ ด้านปรัชญา ศาสนาและประเพณี ซึ่งอยู่บริเวณโรงเรียนบ้านกะทู้ ที่ประชุมได้กำหนดให้ครูภูมิปัญญาสำรวจภารกิจ เป้าหมาย ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อนำมาจัดทำแผนงานในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์การเรียนให้ครบทั้ง ๒๖ ศูนย์ พรัอมกับส่งข้อมูลไปยังเลขานุการกลุ่ม เพื่อทำการสรุปและวิเคราะห์และนำเข้าที่ประชุมในเดือนมีนาคม ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชนชนไม้เรียง อำเภอฉวางจังหวัดนครศรีธรรมราช

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้ระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมในการส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์การเรียนดังนี้

๑. การเชิญชวนภาคีและเครือข่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ เช่น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย วิทยาลัยจัดการทางสังคม ผู้บริหารและผู้สอนในสถานศึกษา บุคลากรในเขตพื้นที่การศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยน พัฒนาข้อมูลเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการต่อยอดและร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนให้นำความรู้ภูมิปัญญาไทยเข้าสู่การศึกษาทั้ง ๓ รูปแบบ โดยครูภูมิปัญญาเป็นผู้กำหนดรายละเอียดในฐานะเป็นผู้อยู่ในพื้นที่
๒. ครูภูมิปัญญาควรพัฒนาตนเองให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้เทคโนโลยีช่วยในการถ่ายทอด
๓. ศูนย์การเรียนทุกศูนย์ควรมีห้องสมุดของตนเอง ส่วนหนึ่งควรได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในการสร้างคลังข้อมูลและสื่อต่าง ๆ เพื่อช่วยในการถ่ายทอด
๔. ครูภูมิปัญญาควรมีแนวคิดของตนเอง ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญา นำมาเป็นแนวทางหลักในการทำงาน หากสามารถผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่เป็นของท้องถิ่น ควรมีการจดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตร เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติไม่ให้ตกอยู่ในมือของต่างชาติ

นางสาวสุทธาสินี วัชรบูล ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลการวิจัยภูมิปัญญาท้องถิ่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยและเครือข่ายของครูภูมิปัญญา ซึ่งมีอยู่มากมาย เพื่อผลักดันให้มีการนำความรู้ภูมิปัญญาไทยเข้าสู่การศึกษาทั้ง ๓ รูปแบบ รวมทั้งโครงการสรรค์สร้างนวัตกรรมองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยเพื่อการพึ่งตนเอง ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ก็เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทย และได้ดำเนินการจัดตั้งไปจำนวน ๕๘ ศูนย์ สำหรับนายอรัญ คงนวลใย ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อ.จะนะ จ.สงขลา ได้ทำการศึกษาการทำงานของครูภูมิปัญญาไทยด้านกองทุนจำนวน ๔ ท่าน ในพื้นที่อำเภอจะนะ เพื่อนำแนวคิดมาจัดตั้งเป็นสถาบันการเรียนรู้ด้านกองทุนให้แก่ชุมชน ส่วนนายแพทย์ประสิทธ์ โกยศิริพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ผู้เข้าร่วมประชุมในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น ได้กล่าวว่า การส่งเสริมองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยเข้าสู่การศึกษาทั้ง ๓ รูปแบบ เป็นภารกิจขององค์การที่ต้องสนับสนุน เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง ไม่ควรใช้งบประมาณมาก แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชน เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

โดย... กัลยานี ปฏิมาพรเทพ