|
อยู่ไฟเดลิเวอร์รี่ |
|
|
ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้จารีตโบราณ ที่ปฏิบัติตามๆ กันมา เริ่มไม่มีคนสืบทอด บางสิ่งบางอย่างหายไป อย่างเช่นการอยู่ไฟ ของผู้ที่เพิ่งคลอดลูก ไม่มีคุณแม่คนไหน ถือปฏิบัติอีกแล้ว ทั้งๆ ที่การอยู่ไฟนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยปรับสมดุล ให้กับร่างกาย อรการ กาคำ มีรายงาน เกี่ยวกับการอยู่ไฟยุคใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนไป แต่ให้คุณค่าคงเดิม หมอตำแยมาแล้ว ! เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของคนที่กำลังจะได้เป็นพ่อของลูกคนที่ 5 ดังมาจากประตูหน้าบ้าน ทำให้พี่ป้าน้าอาพากันวิ่งโกลาหล เร่งไฟต้มน้ำ เตรียมข้าวของเครื่องใช้ เช่น กระด้ง ผิวไม้ไผ่ไว้ตัดสายสะดือ ฯลฯ เด็กๆ ที่เหลือถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปในห้องของคนที่เป็นแม่ ทุกคนเฝ้าด้วยใจระทึก เป็นวินาทีแห่งการลุ้นยิ่งกว่าเชียร์ฟุตบอลโลกเสียอีก จวบจนได้ยินเสียงอุแว๊จากทารกผู้เพิ่งโผล่ออกมาเยือนโลกครั้งแรก นั่นคือความสำเร็จที่ทุกคนรอคอย... รอยยิ้มและเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกจากหมอตำแย... ผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าว่า หลังคลอดต้องนุ่งผ้าหนาๆ เอาผ้าขาวม้าพันรัดท้องไว้ให้แน่น กันหย่อนยาน แล้วไปรมยาสมุนไพร ต้มในหม้อดิน เอาใบตองปิดปากหม้อให้แน่น ตั้งไฟให้เดือด แล้วเข้าไปนั่งอยู่ในซุ้มค่อยๆ เอาไม้ไผ่เขี่ยใบตองที่ปิดปากหม้อ ให้ไอร้อนค่อยๆ ลอยออกมาทีละน้อยๆ พอไอร้อนเริ่มซาแล้ว ออกมารอให้เหงื่อที่ท่วมตัวค่อยๆ แห้ง ตัวเย็นลงแล้ว ก็ไปอาบน้ำ ทำแบบนี้ทุกวันจนครบเดือน ว่ากันว่าการอยู่เดือน (อยู่ไฟ) ทำให้แก่ตัวไป ไม่เวียนศีรษะ จิตใจเป็นปกติ ซึ่งสมัยนี้ไม่มีใครทำกันแล้ว หลังจากคลอดลูกได้ ก็ทำตัวเป็นปกติ ทั้งนี้อาจจะด้วยเหตุผลเพราะไม่มีเวลา วิธีของคนสมัยโบราณนั้นตรงกับหลักวิทยาศาสตร์ที่เราคาดไม่ถึง เพราะปกติหลังคลอดบุตร สุขภาพของผู้เป็นแม่จะทรุดโทรม สรีระเกือบทุกส่วนมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งผิวพรรณ ระบบการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งการขยายตัวของส่วนต่างๆ หากไม่ได้รับดูแลอย่างถูกต้อง ผู้เป็นแม่อาจมีสุขภาพอ่อนแอลง หรือมีอาการที่ไม่สามารถบอกสาเหตุได้ เช่นหนาวสะท้าน เจ็บปวดตามเนื้อตัว หรือกระดูก เนื่องจากการขาดแคลเซียม ฯลฯ ดุษฎี วิสุทธิศักดิ์ชัย เจ้าของโครงการดอยน้ำซับ ผู้ฟื้นฟูการดูแลสุขภาพหลังการคลอดแผนไทย เล่าว่า การคลอดลูกทำให้ความร้อน ความเย็นหลุดออกไปจากร่างกายอย่างรวดเร็วทำให้สูญเสียความสมดุล การอยู่ไฟเป็นการปรับสภาพความสมดุลให้แก่ร่างกายนั่นเอง ผลของการเสียความสมดุลอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ บางคนคลอดลูกแล้วไม่อยู่ไฟ สภาพที่เกิดขึ้นคือเจ็บกระดูก หรือปวดกระดูกเวลาอยู่ในห้องแอร์หรือโดนความเย็นนานๆ บางคนเกิดภาวะกระดูกเสื่อมได้ หมอแผนปัจจุบันก็เริ่มให้การยอมรับการอยู่ไฟแล้ว" ดุษฎี เล่าและยกตัวอย่างว่า บางคนท้องแรกตอนอายุ 24 ปี พอท้องที่สองอายุ 27 ปี เริ่มมีอาการแล้ว เมื่อน้ำคาวปลาที่ตกค้างอยู่ในร่างกายเป็นพิษซึมเข้าไปทั่วร่างกาย หากเกิดอาการนี้ต้องแก้ด้วยการอบตัวและดื่มน้ำสมุนไพรเข้าไปขับ โบราณจะจุดไฟไว้ใต้แคร่ เพื่อให้ร่างกายซึมซับความอบอุ่นเข้าไป หรือใช้วิธีการอาบน้ำต้มสมุนไพรอุ่นๆ สมุนไพรเช่นตะไคร้ ช่วยดับกลิ่นคาว เพราะผู้หญิงหลังคลอดบุตร จะมีกลิ่นที่ออกมาจากการคลอด ซึ่งบางครั้งเจ้าตัวอาจไม่ทราบก็เป็นได้ สมุนไพร เช่น 'ว่านชักมดลูก' มีคุณสมบัติพยุงกล้ามเนื้อ เช่น เต้านม และส่วนต่างๆ ให้อยู่ในสภาพสมดุลที่สุด ช่วยมดลูกให้กลับเข้าอู่อย่างรวดเร็ว 'ไพล' ช่วยขับน้ำคาวปลาทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง รวมทั้งขับของเสียในร่างกายออกมาอีกด้วย นอกจากนั้นยังมี 'ลูกประคบสมุนไพร' เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ค่อยๆ กระชับเข้าที่ อาการปวดเมื่อยหายไป เนื่องจากผิวหนังมนุษย์มีลักษณะแตกต่างกัน ถ้าผิวแห้ง ใช้ลูกประคบงาดำ น้ำมันงา มีวิตะมินอีช่วยพะยุงกล้ามเนื้อให้กระชับ ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย ในประเทศอินเดียนิยมอุ่นน้ำมันงาให้ร้อน แล้วนำมานวดที่ตัว แต่สูตรของดอยน้ำซับ ใช้น้ำมันงาชะโลมปกติ แต่ใช้ลูกประคบน้ำมันงา ซึ่งผลิตจากงาที่บีบน้ำมันออกแล้วส่วนหนึ่งผสมกับงาป่น ยังไม่บีบน้ำมันออก ซึ่งมีแคลเซียมมาก นำไปนึ่งให้ร้อนแล้วนำมาประคบทับลงไปกับการนวดน้ำมันงา เป็นการผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก น้ำมันงาจะนุ่มนวลกลิ่นหอม เพราะใส่สมุนไพรบางตัวลงไปทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนเป็นการใช้ Aaromatherapy หลังจากนั้นก็อบสมุนไพร โครงการดอยน้ำซับ ดุษฎี กล่าวว่า พ่อของเธอเป็นคนเหนือมีอาชีพเป็นหมอเมือง หลังจากพ่อเสียชีวิตไปสูตรยาสมุนไพรอยู่กับคุณแม่นำสูตรนี้มาพัฒนา ตัวเธอเองคลอดบุตรไปแล้ว 7 ปีถึงจะมีการอยู่ไฟ ประสบด้วยตัวเองถึงรู้ว่าอยู่ไฟแล้วดี สารพิษที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายเหมือนท็อกซินอันหนึ่งจะถูกขับออกมา ยิ่งอบตัวก็ยิ่งดี แต่ก็ต้องระวังในเรื่องของความดันโลหิตและเบาหวานเท่านั้นเอง เพราะรู้สึกได้ว่าเลือดจะพลุ่งพล่าน จึงต้องระวัง คนที่เป็นเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง ให้อบ 5 นาทีวันละ 2 ครั้งก็พอ อ้างอิง : กมล สุกิน |