![]() |
|
|
รายงานสถิติด้านศาสนาของประเทศไทย
ปี 2542
|
|
|
รายงานสถิติด้านศาสนาของประเทศไทย
ปี 2542 ได้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอภาพรวมของทรัพยากรด้านศาสนาที่จะมีบทบาทอย่างสำคัญในการให้บริการ
สนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ทั้งในด้านการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงอุดมศึกษา และการพัฒนาความรู้ทางศาสนาให้ผสมผสานกับความรู้ทางวิชาการ
เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนดีควบคู่ไปกับความเก่งทางวิชาการ และเพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นจึงได้นำเสนอข้อมูลเป็น
2 ด้าน คือ ด้านวิชาการศาสนา และด้านการจัดการศึกษาโดยสถาบันศาสนา เพื่อให้เห็นศักยภาพ
และความพร้อมของปัจจัยต่าง ๆ ที่รัฐจะส่งเสริมให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาดังกล่าว ขอบเขตการรายงาน ได้นำเสนอข้อมูลพื้นฐาน
เนื้อหาครอบคลุมศาสนา สำคัญ 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู
และ ศาสนาซิกข์ ซึ่งเป็นศาสนาที่รัฐบาลให้การรับรอง โดยมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก
ในด้านวิชาการศาสนาจะรายงานภาพรวมของศาสนสถาน บุคลากร กิจกรรม งบประมาณสนับสนุนกิจกรรมศาสนา
และจะกล่าวถึงการจัดการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ โดยสถาบันศาสนา ซึ่งมีรายละเอียดพอสรุปได้ดังนี้
ก.ด้านกิจการศาสนา ข้อมูลด้านกิจการศาสนา
ในปี 2542 ประกอบด้วยข้อมูลหลัก ๆ คือศาสนสถาน บุคลากร กิจกรรม และงบประมาณ
สรุปได้ดังนี้ 1. ศาสนสถาน มีจำนวนทั้งสิ้น
36,536 แห่ง โดยเรียงลำดับ ศาสนาตามจำนวนศาสนสถานจากมากไปหาน้อย คือ ศาสนาพุทธ
มีวัดในพุทธศาสนามากที่สุด จำนวน 31,071 แห่ง (ไม่รวมวัดร้างจำนวน 5,004
แห่ง และสำนักสงฆ์ 11,849 แห่ง ) ส่วนวัดไทยในต่างประเทศ มีจำนวน 136 แห่ง
รองลงมาคือศาสนาอิสลาม มีมัสยิด จำนวน 3,181 แห่ง ศาสนาคริสต์ มีโบสถ์
จำนวน 2,200 แห่ง ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และ ซิกข์ มีโบสถ์ จำนวน 20 แห่ง
และศาสนาหรือลัทธิอื่น ๆ ได้แก่ สำนัก/โบสถ์ ของลัทธิต่าง ๆ เช่น โยเร
มอร์มอน พยานพะยะโฮวา ฯลฯ มีจำนวน 64 แห่ง ซึ่งในเชิงปริมาณแล้วจะเห็นได้ว่าวัดในพุทธศาสนาน่าจะเป็น
ส่วนสำคัญมากในการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากมีปริมาณมากและหมายถึงศักยภาพที่จะนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป 2. บุคลากร ในปี 2542 แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 2.1 บุคลากรทางด้านศาสนา
ได้แก่จำนวนพระภิกษุ สามเณร อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และผู้สอนศาสนา เรียงลำดับตามศาสนาดังนี้
2.2 ศาสนิกชน ปี 2541 มีจำนวนศาสนิกชนในประเทศไทย
รวมทั้งสิ้น 61,466,187 คน จำแนกเป็น พุทธศาสนิกชน 57,134,880 คน หรือร้อยละ
92.95 ของจำนวนศาสนิกชนทั้งหมด อิสลามมิกชน 3,220,233 คน หรือร้อยละ 5.24
คริสตศาสนิกชน 991,600 คน หรือร้อยละ 1.61 พราหม-ฮินดูและซิกข์ 21,661
คน หรือร้อยละ 0.04 และ ศาสนิกชนอื่น ๆ อีกจำนวน 97,813 คน หรือร้อยละ
0.16 3. กิจกรรมทางด้านศาสนา ในปี 2542 มีจำนวนพระภิกษุทำกิจกรรมด้านพัฒนาสังคม 5,532 รูป และจัดกลุ่ม/หน่วย กิจกรรม อบรมคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่ประชาชน จำนวน 5,780 กลุ่ม/หน่วย ส่วนกิจกรรมทางศาสนาอิสลาม จัดให้ผู้ประสงค์ไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจญ์ ณ กรุงเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในปี 2540 2541 และ 2542 จำนวน 18,131 8,233 และ 5,827 คน ตามลำดับ สังเกตุเห็นว่าจำนวนชาวไทยนับถือศาสนาอิสลาม ที่เดินทางไปแสวงบุญ ในช่วงปี 2540-2542 มีจำนวนลดลงทุกปี อาจเนื่องมาจากเกิดปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศ 4. งบประมาณ ในปี 2541-2543
กรมการศาสนาได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในอัตราเกือบคงที่ มีจำนวนลดลงเล็กน้อยในแต่ละปี
กล่าวคือ ปี 2541 ได้รับ จำนวน 2,235,095,400 บาท ปี 2542 จำนวน 2,138,989,100
บาท ลดลงจากปี 2541 ร้อยละ 4.30 และปี 2543 จำนวน 2,117,354,100 บาท ลดลงจากปี
2542 ร้อยละ 1.01 ข.ด้านการจัดการศึกษาโดยสถาบันศาสนา
การจัดการศึกษาโดยสถาบันศาสนา ในปีการศึกษา 2542 แบ่งตามประเภทการศึกษาได้
ดังนี้ 1. การศึกษาปฐมวัย ได้แก่
การจัดการศึกษาให้กับเด็กเล็ก ในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดและมัสยิด
ปีการศึกษา 2542 มีจำนวนศูนย์ ฯ 3,860 แห่ง จำนวนครูพี่เลี้ยง 10,583 คน
และจำนวนนักเรียน 234,483 คน 2. การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
ได้แก่ การจัดการศึกษาให้กับเด็ก และเยาวชน ให้มีความรู้ด้านพระพุทธศาสนา
คุณธรรม จริยธรรม ควบคู่กับวิชาสามัญ โดยแบ่งระดับการศึกษา คือ ชั้นเตรียม
ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง ในปีการศึกษา 2542 มีจำนวนศูนย์ศึกษาฯ รวมทั้งสิ้น
1,239 แห่ง จำนวนครู/อาจารย์ 9,298 คน และจำนวนนักเรียน 225,520 คน 3. การศึกษาพระปริยัติธรรม
เป็นการจัดการศึกษาให้กับพระภิกษุ สามเณร และคฤหัสถ์ แบ่งการศึกษาออกเป็น
3 แผนก คือ การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษา 3.1 แผนกธรรม และแผนกบาลี
ปีการศึกษา 2542 มีจำนวน สำนักเรียนรวมทั้งสิ้น 8,058 แห่ง จำนวนครู/อาจารย์แผนกธรรม
26,248 รูป/คน แผนกบาลี 4,290 รูป/คน และจำนวนนักเรียนแผนกธรรม 207,483
รูป (หลักสูตรนักธรรม เรียนเฉพาะพระภิกษุ และสามเณร ) จำนวนนักเรียนแผนกธรรมศึกษา
350,980 คน ( หลักสูตร ธรรมศึกษา เรียนเฉพาะคฤหัสถ์ ) แผนกบาลี มีจำนวนนักเรียน
45,642 รูป 3.2 แผนกสามัญศึกษา มีการจัดการศึกษา
2 ระดับ คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา
2542 มีจำนวนโรงเรียน 382 แห่ง ห้องเรียน 2,701 ห้อง ครู/อาจารย์ 6,700
รูป/คน จำแนกคือ ครู/อาจารย์ที่เป็นคฤหัสถ์ จำนวน 3,983 คน หรือร้อยละ
59.45 ของจำนวนครู/อาจารย์ที่สอนแผนกสามัญศึกษาทั้งหมด ครู/อาจารย์ที่เป็นพระภิกษุ
จำนวน 2,667 รูป หรือร้อยละ 39.81 และ ครู/อาจารย์ที่เป็นสามเณร จำนวน
50 รูป หรือร้อยละ 0.75 ส่วนจำนวนนักเรียนรวมทั้งสิ้น 70,394 รูป จำแนกเป็น
ม.ต้น 51,514 รูป และ ม.ปลาย 18,880 รูป 4. การศึกษาระดับอุดมศึกษา
ในปีการศึกษา 2542 มีสถาบันอุดศึกษาของสงฆ์จำนวน
2 แห่ง เปิดสอนระดับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาโท คือ มหวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มีวิทยาเขตตามภูมิภาค 15 แห่ง และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มีวิทยาเขตตามภูมิภาค
7 แห่ง ปีการศึกษา 2542 มีจำนวนอาจารย์ 477 รูป/คน นักศึกษา 9,775 รูป/คน
จำแนกเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี 9,424 รูป/คน ระดับปริญญาโท 351 รูป/คน
5. การศึกษาในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด
เป็นการจัดการเรียนการสอนศาสนาอิสลามเบื้องต้น (ฟัรดูอีน หรือ ตาดีกา
) ให้กับเด็กนักเรียนได้มีความรู้ด้านศาสนา และจริยธรรม ซึ่งในปี 2542
มีศูนย์จัดตั้งแล้วจำนวน 194 ศูนย์ 6. โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม
มีการจัดการศึกษา 2 ประเภท คือ ประเภทสอนศาสนาอิสลาม และประเภทสอนศาสนาวิชาสามัญศึกษาและการศึกษาวิชาชีพ
(นอกโรงเรียน) ในปีการศึกษา 2541 มีรายละเอียดดังนี้ 6.1 ประเภทสอนศาสนา มีจำนวนครู/อาจารย์
7,585 คน จำนวนนักเรียน 107,957 คน 6.2 ประเภทสอนศาสนาวิชาสามัญศึกษา
มีการจัดการศึกษา คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และการศึกษานอกโรงเรียน
(เรียนวิชาสามัญศึกษาควบคู่กับการศึกษาวิชาชีพ) มีจำนวนโรงเรียน 169 แห่ง
ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคทั้งหมด มีจำนวนนักเรียน 73,304 คน จำแนกตามระดับการศึกษา
คือ ระดับ ม.ต้น 50,440 คน ม.ปลาย 21,895 คน และนักเรียนการศึกษานอกโรงเรียน
969 คน 7. โรงเรียนสอนศาสนาคริสต์
ในปี 2541 มีจำนวนโรงเรียน 2 แห่ง อยู่ในกรุงเทพมหานคร ครู/อาจารย์
22 คน และจำนวนนักเรียน 101 คน 8. โรงเรียนสอนศาสนาซิกข์ ในปี 2541 มีจำนวน 1 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทมหานคร (ไม่มีรายละเอียดจจำนวนครู นักเรียน) กล่าวโดยสรุป จากข้อมูลพื้นฐานจะเห็นได้ว่า ทรัพยากรด้านศาสนามีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนวัด และบุคลากรในศาสนาพุทธจะเป็นปัจจัยสำคัญ หากสามารถผลักดันให้รวมพลังกันสนับสนุนรัฐในการปฏิรูปการศึกษา โดยการสนับสนุนงบประมาณและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ระบุไว้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในส่วนของการจัดการศึกษาโดยสถาบันศาสนา จะพบว่า ยังมีส่วนร่วมน้อยเมื่อเทียบจำนวนศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดและมัสยิด และจำนวนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา กับ จำนวนวัดและโบสถ์ของสถาบันศาสนาทุกแห่ง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่จะนำทรัพยากรดังกล่าวมาสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา ได้ในทุกระดับต่อไป |
|