|
การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมของวัดจองคำ พระปริยัติสุนทร (โอภาส โอภาโส) |
|
|
(๑) ปัจจุบัน มีสามเณรลดน้อยลง ไม่ทราบว่าพระคุณท่านมีวิธีการนำเด็กมาบรรพชาเป็นสามเณร และให้เข้าเรียนในโรงเรียน พระปริยัติธรรมของวัดจองคำอย่างไร? อาตมาจัดทำโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนขึ้นทุกปี
ที่วัดศรีโพธิ์ทอง บ้านหนองบั่ว ตำบลช้างเผือก อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่ผ่านมาได้จัดทำโครงการฯ เป็นปีที่ ๙ แล้ว และปีต่อไปเป็นปีที่ ๑๐ ก็จะจัดทำโครงการฯ
ต่อไปอีก จำนวน สามเณรจะหาได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไร ก็ยังไม่ทราบและยังบอกไม่ได้
แต่จะพยายามทำต่อไป เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรและ ทำการฝึกอบรมในช่วงระยะเวลาหนึ่งเสร็จแล้วอาตมาก็จะเช่ารถไปรับนำมาที่วัดจองคำ
เพื่อให้เข้าเรียนในโรงเรียน พระปริยัติธรรม วัดจองคำ เรื่องพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๙ ปีหรือ ๑๒ ปี นับตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่
๓ หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ทำให้บางสิ่งบางอย่างลำบาก เพราะพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติจะไม่เกื้อหนุน
หรือส่งเสริมต่อจำนวนผู้เข้ามาบวชเรียนเป็นสามเณร เพราะเด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๓ จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ ๑๕ ปี และ เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ ๑๘ ปี เยาวชนที่มีอายุขนาดนี้มักสนใจที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยหรือ
ทำงานประกอบอาชีพมากกว่าคิดจะบวชเรียนเป็นสามเณร ในอดีตที่ผ่านมาแม้รัฐจะจัดการศึกษาภาคบังคับขั้นพื้นฐานถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้บวชเรียนเป็นสามเณร ลดน้อยลงตามลำดับ ดังนั้น เมื่อใดรัฐสามารถขยายการศึกษาภาคบังคับขั้นพื้นฐานถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หรือปีที่ ๖ ได้ทั่วประเทศ เมื่อนั้นจำนวนผู้บวชเรียนเป็นสามเณรจะลดน้อยลงอย่างมากและอาจเป็นไปได้ว่าคณะสงฆ์จะขาดแคลนผู้ศึกษาพระปริยัติธรรมแผนก บาลี ทั้งนี้เพราะนักเรียนบาลีส่วนใหญ่เป็นสามเณร ประเทศไทยส่วนมากนับถือพระพุทธศาสนา มีวัดประมาณ
๓๐,๐๐๐ กว่าวัด พระภิกษุสามเณรประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่ารูป ในจำนวนสามแสนกว่ารูปนี้
มีพระภิกษุสามเณรเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ประมาณ ๔๕,๐๐๐ กว่ารูป เรียนพระปริยัติธรรม
แผนกสามัญศึกษา ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จนถึงระดับปริญญา ประมาณ
๑๕๐,๐๐๐ กว่ารูป และที่เหลือก็คือพระเถรานุเถระ ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารปกครองเริ่มตั้งแต่เจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ
จนถึงระดับเจ้าอาวาสพระสังฆาธิการ พระพุทธศาสนา นับว่าเป็นรากฐานชีวิตของชาวไทย
ดังเราจะได้เห็นจากวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามที่ทำให้เราภูมิใจในเอกลักษณ์
ของความเป็นชาติไทยล้วนมีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนา ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายล้วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา อาตมาเห็นว่าการศึกษาเล่าเรียน เราต้องเริ่มที่เด็กของเรา
แล้วเราจะได้ผู้ใหญ่ที่ดีและมีความรู้ (มีความรู้คู่คุณธรรม) รัฐบาลจึงควร
ส่งเสริมหรือเปิดโอกาสเป็นกรณีพิเศษให้เยาวชนที่สมัครใจเข้ามาบวชเรียน
ซึ่งจะเป็นการดำรงรักษาไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาให้คู่กับ สังคม ไทย ถ้าขาดพระภิกษุสามเณร
วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามหรือแม้กระทั่งพิธีกรรมต่างๆ คงกลับกลายหรือสูญหายจากสังคม
ไทย พูดให้ เห็นภาพ อาตมาว่า เวลาตาย เราจะหาพระภิกษุสามเณรจากไหนมาทำพิธีกรรม อาตมาเห็นว่า น่าจะมีการอนุโลมเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้บวชเรียนเป็นสามเณรเฉพาะที่จะบวชเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมบาลี
และพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาเพราะพระพุทธศาสนาที่ดำรงสืบต่อมาได้จนถึงปัจจุบันนี้
ต้องอาศัยกุลบุตรผู้มีศรัทธาเข้ามาบวช ศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบๆ
ต่อกันมาทั้งทางด้านคันถธุระ คือ การศึกษาเล่าเรียนและค้นคว้าพระพุทธพจน์
(พระไตรปิฎก) และทางด้านวิปัสสนาธุระ คือการปฏิบัติสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางคำสั่งสอนที่ปรากฏอยู่ใน
คัมภีร์ พระไตรปิฎก เพราะคัมภีร์พระไตรปิฎกคือคัมภีร์ที่บอกเราว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนว่าอย่างไร
เราไม่มีโอกาสได้พบพระองค์ และไม่มีวัน จะได้พบ ดังนั้น คัมภีร์จึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เราทราบว่าท่านทรงสอนว่าอย่างไร
ตราบใดที่มีคนอ่านศึกษาเล่า เรียนพระไตรปิฎก ที่เขียนเป็นภาษาบาลีได้ ตราบนั้นพระพุทธศาสนาจะยังดำรงอยู่ได้
แต่เมื่อใดที่ไม่มีคนอ่านศึกษาเล่าเรียนคัมภีร์พระ ไตรปิฎกที่เขียนเป็นภาษาบาลีได้เลยแม้แต่คนเดียว
วันนั้นเราอาจพูดได้ว่าพระพุทธศาสนาไม่มีตัวตนอยู่ในโลกอีกแล้ว แต่ถึงอย่างไร
อาตมาก็จะพยายามทำให้ดี ที่สุด และคิดว่าพระเถระะผู้ใหญ่ท่านคงจะช่วยแก้ไขได้
อาตมาคิดอย่างนี้ (๒) ทราบว่าวัดโดยทั่วไป
มักจะขาดพระหรือครูผู้สอนพระปริยัติธรรม ในส่วนของวัดจองคำ มีปัญหาด้านนี้หรือไม่
หากมี พระคุณท่าน มีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร และมีแนวทางพัฒนาครูอย่างไร? สำหรับครูผู้สอนพระปริยัติธรรม ในส่วนของวัดจองคำนั้น
ในระยะเริ่มแรกมีความลำบากมากพอสมควร เพราะไม่มีครูที่จะอยู่สอน ประจำ
อาตมาต้องนิมนต์พระนิสิตปฏิบัติศาสนกิจจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ ทั้ง ๒ แห่ง
คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
มาเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่วัดจองคำ ในปัจจุบันนี้วัดของอาตมามีนักเรียนรุ่นแรกที่สำเร็จเป็น
เปรียญธรรม ๙ ประโยค จำนวน ๗ รูป (เป็นสามเณรนาคหลวง) เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็เป็น
ครูสอนพระปริยัติธรรมที่วัดจองคำต่อไป ก็ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาในด้านนี้เท่าไรนัก ส่วนแนวทางในการพัฒนาครูนั้น ก็มีการพัฒนาควบคู่กับการเรียนการสอนไปในตัวอยู่แล้วและอาตมาได้จัดหาตำราคู่มือเกี่ยวกับการ
เรียนการสอนด้านภาษาบาลีให้ครูได้ศึกษาค้นคว้าอย่างสม่ำเสมอ หรือเมื่อมีโอกาสก็จะส่งไปอบรมครูสอนพระปริยัติธรรมเสริมความรู้ใน
โครงการต่างๆ เท่าที่จำเป็น (๓) พระคุณท่านวางกรอบและแนวทางการบริหารการจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมของวัดอย่างไร
จึงประสบความสำเร็จมาก จนกระทั่งสามเณรชั้นประโยค ป.ธ.๙ รุ่นแรกสอบได้จำนวนถึง
๗ รูป จากผู้เข้าสอบ ๘ รูป ซึ่งวงการคณะสงฆ์ถือว่าเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ไทยที่สามเณรจากสำนักเรียนเดียวสอบได้มากอย่างนี้? การที่สามเณรชั้นประโยค ป.ธ. ๙ รุ่นแรกของวัดจองคำสอบได้ถึง
๗ รูปนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกและพิเศษอะไร เพราะพระภิกษุ สามเณรทุกรูปที่อยู่ในวัดจองคำต้องปฏิบัติตามกรอบและระเบียบของสำนักเรียนอย่างเคร่งครัด
การบริหารการจัดการเรียนการสอนพระ ปริยัติธรรมของวัด อาตมาและคณาจารย์ต้องขยันและอดทนมากวิธีที่สำคัญที่สุดอยู่ที่การจัดการปกครองนักเรียนเป็นอันดับหนึ่ง
วัดของ อาตมานี้ กิจกรรมการเรียนการสอนแทบจะไม่มีการหยุดหรือขาด (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ)
และสุดท้ายใช้เวลาใน การอบรมพิเศษก่อนสอบบาลี สนามหลวงที่ยาวนานกว่าที่อื่นๆ
และมีกรณีพิเศษอยู่บ้าง คือ
แต่ว่าที่โยมถามปัญหามานี้
อาตมาตอบแบบสรุปง่ายๆ ว่า กรอบและแนวทางการบริหารการจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม
นั้น สำคัญที่สุดอยู่ที่การจัดการปกครองนักเรียนเป็นอันดับหนึ่ง เพราะถ้าปกครองหรือคุ้มครองนักเรียนไม่ได้
อาจารย์จะสอนดีขนาด ไหน ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน เพราะนักเรียนเรียนบ้าง
ไม่เรียนบ้าง อาจารย์ก็สอนบ้างไม่สอนบ้าง ก็จะทำให้เกิดความเสียหายมาก
วัดของอาตมาจึงมีกิจกรรมการเรียนการสอนประจำตลอดปีการศึกษา ซึ่งเป็นเหตุให้นักเรียนสามารถสอบได้เกือบทั้งหมด
ถ้าไม่ ประมาทก็จะสอบได้ทั้งนั้น โรงเรียนของอาตมานี้จะสอบได้อันดับ ๑ หรืออันดับ
๒ ของประเทศหรือไม่ อาตมาไม่คิดและไม่เคยคิดจะไปแข่งกับใครด้วย แต่ฉันทะของอาตมานี้มีอยู่ว่า
นักเรียนเข้าสอบ ๑๕๐ รูป ก็อยากจะให้สอบได้ ๑๕๐ รูป อาตมาคิดอย่างนี้มาโดยตลอด
อีกอย่างหนึ่ง การสอบได้สอบตกเป็นอนาคตของนักเรียนเขาด้วย ดังนั้น อาตมาจึงตั้งใจที่จะช่วยและพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ (๔) การเรียนบาลี
นับว่าเป็นการเรียนที่ยาก พระคุณท่านมีกลยุทธ์และแรงจูงใจอย่างไร จึงทำให้ผู้เรียน
ตั้งใจเรียนจนประสบความสำเร็จ? ศาสนาของเรานี้ จะดำรงอยู่ได้นานหรือไม่ อยู่ที่การศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎก วันนี้ไม่มีใครเรียนพระไตรปิฎก วันนี้ศาสนาล้มเหลว เป็นอันดับหนึ่ง ถ้าไม่มีใครปฏิบัติสักรูป หรือนั่งภาวนาสักรูปแต่ว่ายังมีการเรียนการสอนอยู่ ศาสนาก็อยู่ได้ อาตมาและคณาจารย์ก็พยายาม ให้กำลังใจและให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียน ทั้งความรู้ในทางศาสนา และทางโลกควบคู่กัน แต่ว่าการศึกษาทางธรรมนี้ต้องเป็นหลัก เพราะหลักธรรมะนี้เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตของทุกคนส่วนการศึกษาทางโลกเป็นส่วน
ส่งเสริม ก็เลยทำให้นักเรียนเข้าใจดี ตั้งใจเรียนจนประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ทางวัดยังได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนผู้สอบได้บาลี
สนามหลวงทุกปี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการศึกษาตามสมควร แต่ว่าที่สำคัญที่สุดคือเจ้าสำนักเรียน
หรือเจ้าอาวาส ต้องมีเมตตา ต่อครูและนักเรียน ถ้ามีเมตตาต่อครูและนักเรียน
ครูและนักเรียนก็จะมีเมตตาต่อเจ้าสำนักเรียนหรือเจ้าอาวาสแน่นอน เพราะฉะนั้น
การเรียนการสอนและการบริหารต่างๆ อาตมาทำด้วยความเมตตาและตามระเบียบมาโดยตลอด
บางครั้งอาจมีปัญหาและอุปสรรคบ้าง เล็กน้อย แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ทุกครั้งไป
เพราะสิ่งสำคัญคือ เมตตา ถ้าไม่มีเมตตาเป็นพื้นฐานก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก (๕) นอกจากการวางระบบการบริหารการจัดการเรียนการสอนที่ดีแล้วพระคุณท่านมีรูปแบบหรือวิธีการติดตามประเมินผลการเรียนของ
สามเณร ซึ่งมีเป็นจำนวนมากอย่างไร จึงทำให้สามเณรส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นที่น่าพอใจ? อาตมาเองก็เป็นลูกพระพุทธเจ้า พะภิกษุหรือสามเณรรูปไหนเรียนพระไตรปิฎกหรือเรียนหลักสูตรของแม่กองบาลีสนามหลวง
อาตมาดีใจมาก เพราะนักเรียนทั้งหลายที่ไม่เคยเข้ามาอยู่ในศาสนา อาตมาพยายามหามาบวช
เสร็จแล้วก็มีเจตนาและศรัทธาด้วย และก็พยายามจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมเท่าที่จะช่วยได้
เหมือนพ่อกับลูก ความหวังสูงสุดของพ่อแม่คือความสำเร็จของลูก และความ สำเร็จของลูกคือความภูมิใจของพ่อแม่
ดังนั้น อาตมาพยายามดูแลเอาใจใส่ให้กำลังใจและให้โอวาทสามเณรเสมอเพื่อให้สามเณร
ทั้งหลายทำตามหน้าที่และรักษาหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด แล้วเป็นศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์
เป็นลูกที่ดีของคุณพ่อคุณแม่และเป็น เพื่อนที่ดีของเพื่อน แล้วพยายามตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดสามเณรทั้งหลายอ่านหนังสืออยู่
อาตมาก็มีความปีติดีใจตลอด และการศึกษา เล่าเรียนบาลีนี้ อาตมาเองก็มีความสนใจมากด้วย
และก็เคยเรียนมาด้วยก็เลยทำให้ไม่ลำบากในการประเมินผลการเรียนของนักเรียน วิธีการติดตามประเมินผลการเรียนของสามเณรนั้น
ภายใน ๑ สัปดาห์ที่เรียนผ่านไปจะต้องมี การทำแบบฝึกหัดประเมินความรู้ ความเข้าใจหนึ่งวัน
คือ วันศุกร์ อาจารย์แต่ละชั้นก็จะนำสถิติผลการทดสอบของนักเรียนทุกชั้นมาส่งที่อาตมา
ทำให้อาตมาได้ทราบ ถึงประสิทธิภาพของนักเรียนในชั้นนั้นๆ เพื่อที่จะได้ให้โอวาทและแนะนำให้นักเรียนทราบถึงข้อบกพร่องของนักเรียนและให้นักเรียน
นำไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป อาตมาจัดให้มีการประชุมคณาจารย์ทุกต้นเดือนและกึ่งเดือน
(เดือนละ ๒ ครั้ง) เพื่อติดตามประเมินผลการเรียนในชั้นเรียนของ นักเรียนจากครูประจำชั้น
อาตมาไม่มีงานปกครองทางคณะสงฆ์อะไรมาก นอกจากงานปกครองดูแลภายในวัด ก็เลยทำให้ปกครอง
ดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้สามเณรส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นที่น่าพอใจดังกล่าว (๖) จากผลงานและความพยายามในการพัฒนาการศึกษาทำให้พระคุณท่านได้รับการคัดเลือกและยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้าน
การศึกษา สาขาพระสงฆ์ จากมูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ ครั้งนี้ และได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ที่ผ่านมา พระคุณท่านมีความตั้งใจที่จะพัฒนาการเรียนการสอนอย่างไรต่อไป? อาตมารู้สึกปีติดีใจที่ได้รับรางวัลมา และเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับความตั้งใจที่จะพัฒนาการเรียนการสอนนั้น อาตมาก็จะพยายามทำต่อไปเท่าที่กำลังสติปัญญาความสามารถ
จะทำได้ การเรียนการสอนที่ประสบ ผลสำเร็จแล้วก็จะรักษามาตรฐานไว้และหาแนวทางพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป
ตามโอกาสที่จะอำนวยให้ ทำได้ เพราะถือว่าเป็นการบำเพ็ญปัญญาบารมีและบารมีอื่นๆ
ไม่มีท้อถอยและท้อแท้ การที่จะทำงานอย่างนี้ได้ต้องมีความเสียสละต้อง ทุ่มเทจึงจะสำเร็จ
และการที่จะทำอย่างนี้ได้ต้องมีความพร้อมถึง ๓ อย่าง คือ
ถ้ามี ๓ อย่างนี้ครบก็จะทำไปได้ตลอด ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ (๗) พระคุณท่านมีแนวทางที่จะส่งเสริมพระภิกษุสามเณร
ที่จบการศึกษาชั้นประโยค ป.ธ. ๙ อย่างไร ที่จะทำให้พระภิกษุสามเณร ดังกล่าว
ให้ความสำคัญและเป็นบุคคลหลักในการสอนและการเผยแผ่ศาสนธรรมอย่างต่อเนื่องและเป็นกำลังสำคัญของพระพุทธ
ศาสนาและประเทศชาติต่อไป? พระภิกษุสามเณรที่จบการศึกษาชั้นประโยค ป.ธ.
๙ แล้ว ทุกรูปปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดจองคำ เฉพาะปีนี้มีอาจารย์อยู่ ๑๔
รูป สำเร็จการศึกษาที่วัดจองคำ ๗ รูป และที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงฆ์
ทั้ง ๒ แห่ง อีก ๗ รูป รวมเป็น ๑๔ รูป และทุกรูป ก็ปฏิบัติศาสนกิจร่วมกันด้วยความตั้งใจเอาใจใส่ในภาระหน้าที่ได้รับผิดชอบด้วยความเรียบร้อยและเกิดความสามัคคีปรองดองกันดี เรื่องการส่งเสริมพระภิกษุสามเณรทั้งหลายที่จบการศึกษาชั้นประโยค
ป.ธ. ๙ แล้วนั้นอาตมา มีความตั้งใจว่าหากลูกๆ ประสงค์ ที่จะเรียนต่อในระดับปริญญาโท-เอกต่อไป
ก็จะให้ลูกทุกคนเรียน ไปจนถึงที่สุด คือเท่าที่ลูกแต่ละคนจะสามารถเรียนได้
เพราะการเรียน เป็นเครื่องเชิดชูเกียรติ ทำคนต่ำให้เป็นคนสูง การนำเอาความรู้ที่เรียนไปใช้ให้เป็นประโยชน์นั้น
นับเป็นอาภรณ์อันล้ำค่า หรือลูกๆคนใดมีเจตนาและศรัทธาที่จะศึกษาค้นคว้าวิจัยหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาให้
เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง กว้างขวางต่อจากที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาแล้ว
อาตมาก็จะส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นศาสนทายาทเผยแผ่ศาสนธรรมอย่าง
ต่อเนื่อง และเป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาและประเทศชาติต่อไป (๘) พระคุณท่านจะมีข้อเสนอแนะต่อครูและผู้บริหารอย่างไร
ที่จะจัดการเรียนการสอนให้เกิด "ความรู้คู่คุณธรรม"? อาตมาเองก็ไม่กล้าเสนอแนะต่อท่านอื่นๆ เพราะในโลกนี้วิธีของเราดีอย่างเดียวไม่ได้ วิธีของคนอื่นก็มีดีอยู่ ในโลกนี้เก่งคนเดียว ไม่ได้ คนอื่นเก่งกว่าเราก็มีอยู่มากมาย วิธีของแต่ละคนก็มีดีด้วยกัน ทั้งนั้นแหละ วิธีไหนเหมาะสมไม่เหมาะสม ผู้ใช้และผู้ปฏิบัติต้อง เลือกปฏิบัติและจัดการเองดีกว่า ที่อยากจะเสนอแนะก็คือ วิธีดีขนาดไหนก็แล้ว ถ้าไม่ลงมือทำหรือลงมือปฏิบัติก็ไม่สามารถประสบ ความสำเร็จได้ ส่วนเรื่องการจัดการเรียนการสอนให้เกิด "ความรู้คู่คุณธรรม" นั้น อาตมาเห็นว่าการเรียนการสอนตาม หลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา การศึกษาพระธรรมวินัยก็เป็นสิ่งที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้คู่คุณธรรมอยู่แล้ว นั่นก็คือ พระภิกษุ สามเณรที่เข้ามาสู่พระธรรมวินัยจะต้องอยู่ในกรอบในระเบียบข้อปฏิบัติทำให้พระภิกษุสามเณรมีศีลและอาจาระที่ดีงาม การตั้งใจ ศึกษาเล่าเรียนตลอดจนการทำวัตร สวดมนต์นั่งสมาธิภาวนา ก็เป็นการฝึกให้มีสมาธิ เมื่อมีจิตใจที่เป็นสมาธิแล้วก็พร้อมที่จะทำให้เกิด การเรียนรู้ เป็นการพัฒนาให้เกิดปัญญาได้อย่างเป็นระบบตามหลักไตรสิขา และอีกอย่างหนึ่งผู้ที่เป็นครูก็ทำหน้าที่ในการสอนถ่ายทอด วิชาความรู้โดยมีเมตตากรุณาเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งเป็นแบบอย่าง หรือเป็นครูต้นแบบให้นักเรียนได้ดูเป็นตัวอย่าง โดยการพูดให้ฟัง ทำให้ดู อยู่ให้เห็น และเป็นต้นแบบที่ดีให้ประพฤติปฏิบัติตาม |